การพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจให้คนไข้โควิด-19

Home / E-MAGAZINE / การพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจให้คนไข้โควิด-19
การพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจให้คนไข้โควิด-19

คงไม่มีเรื่องไหนบีบหัวใจบุคลากรทางการแพทย์มากเท่าประกาศของ รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ที่กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วยโควิด – 19 ที่ประกาศและเริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อวาน  (22 ก.ค. 64) อีกแล้ว เพราะมันหมายถึงการที่แพทย์ต้องเลือกแล้วว่าจะให้ใครอยู่หรือไป

 

คนที่อยู่ในเกณฑ์พิจารณาให้ไม่ได้รับการใส่ท่อ ซึ่งให้นัยถึงการต้องเสียชีวิตใน รพ. แน่ๆ คือ

 

  1. อายุเกิน 75 ปี
  2. มีโรคร่วมหลายโรคที่มีหลักฐานว่าสัมพันธ์กับการเสียชีวิตที่สูงขึ้น เช่นเบาหวาน ความดัน กล้ามเนื้อหัวใจตาย หลอดเลือดสมอง ตับแข็งชนิดรุนแรงปานกลางและรุนแรงมาก โรคมะเร็งที่มีการแพร่กระจายและโรคเอดส์ฯ มีรายละเอียดในการให้คะแนนแต่ละโรคประกอบการพิจารณา
  3. ผู้ป่วยระยะท้าย (end-of-life) เช่น มะเร็งระยะลุกลาม หัวใจวายขั้นรุนแรง โรคปอดเรื้อรังชนิดรุนแรง ไตวายชนิดที่ต้องล้างไต ตับแข็งชนิดรุนแรง เป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ดูแลตัวเองไม่ได้และมีโรคแทรกซ้อน

 

ประกาศฉบับนี้คือการส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการว่าระบบสุขภาพของ รพ. แห่งนี้กำลังล่มสลาย อันเกิดจากการมีผู้ป่วยโควิดภาวะวิกฤติที่ต้องการท่อช่วยหายใจมากกว่าทรัพยากรที่ รพ. มี

 

สถานการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นประเทศตะวันตกหลายประเทศ โดยเฉพาะอิตาลีในช่วงที่มีการระบาดอย่างรุนแรงในช่วงกลางปีที่แล้ว ตอนนั้นมีข่าวออกมาว่าหมอหลาย รพ. ต้องตัดสินใจเลือกทั้งน้ำตาว่าจะเอาท่อช่วยหายใจใส่ให้ใคร  และส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับท่อช่วยหายใจก็จะเป็นจะเป็นคนที่หมอพิจารณาแล้วพบว่าร่างกายทนทานต่อการใส่ท่อได้มากกว่า และมีโอกาสที่จะรอดชีวิตมากกว่า ในช่วงนั้นอัตราการเสียชีวิตของผู้สูงอายุจากโควิดในอิตาลีจึงสูงมาก

 

ความจำกัดของทรัพยากรในระบบสุขภาพทั้ง คน เงิน ของ เป็นสิ่งที่บุคลากรในระบบสุขภาพตระหนักและเตือนกันมาตลอดว่าต้องช่วยกันดึง curve ผู้ป่วยไว้เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยล้น รพ. โดยเฉพาะผู้ป่วยอาการหนัก ที่ต้องการการดูแลที่ซับซ้อนและเครื่องมือทางการแพทย์ราคาสูงที่มีใน รพ. ต่างๆ จำนวนไม่มากนัก แต่สุดท้ายวันที่ทุกคนกลัวและไม่อยากเห็นก็เดินทางมาถึง ไม่มีหมอคนไหนเรียนมาเพื่อใช้ความรู้ความสามารถเลือกว่าใครควรต้องถูกปล่อยให้เสียชีวิต แต่เมื่อต้องบริหารจัดการท่อช่วยหายใจที่มีจำกัด ก็จำเป็นต้องเลือกใช้อย่างมีประสิทธิผลที่สุดคือให้คนไข้ที่ได้ใช้มันมีโอกาสรอดสูงสุด แค่คิดถึงสภาพจิตใจของหมอและบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องตัดสินใจพิจารณากระทำตามประกาศนี้ก็สงสารจับใจ

 

อดคิดไม่ได้ว่าหากเรามีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ระบบสุขภาพไทยคงไม่มาถึงจุดนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่านี่จะเป็นประกาศฉบับแรกและฉบับเดียวของระบบสุขภาพไทยที่ต้องพิจารณาให้คนป่วยคนไหนไม่ได้ไปต่อ อย่าได้มีประกาศลักษณะนี้ของ รพ. อื่นตามมาอีกเลย

 

อ่านประกาศฉบับเต็มของ รพ. ธรรมศาสตร์ที่  https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/950596

 

อ่านความเห็นและคำอธิบายต่อประกาศฉบับนี้ของ นพ. ธนิต จิรนันท์ธวัช ที่ https://www.facebook.com/Thanit.Chirananthavat/posts/2413848085425323

 

เพ็ญนภา หงษ์ทอง