การเตรียมรับมือการขาดแคลนแพทย์ในสหรัฐเมื่อสังคมจะเต็มไปด้วยผู้สูงวัย

Home / บทความทั้งหมด / E-MAGAZINE / การเตรียมรับมือการขาดแคลนแพทย์ในสหรัฐเมื่อสังคมจะเต็มไปด้วยผู้สูงวัย
การเตรียมรับมือการขาดแคลนแพทย์ในสหรัฐเมื่อสังคมจะเต็มไปด้วยผู้สูงวัย

ประชากรสูงวัยกำลังเป็นกลุ่มประชากรที่เพิ่มมากขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก นอกจากจะสะท้อนให้เห็นระบบบริการสุขภาพที่ดีขึ้นจนทำให้ประชากรมีอายุยืนมากขึ้นแล้ว จำนวนผู้สูงอายุที่มากขึ้นยังเป็นเครื่องเตือนให้ตระหนักถึงปัญหาของระบบสุขภาพที่กำลังจะตามมา

เดือนเมษายนปี 2562 ที่เพิ่งผ่านมา สมาคมโรงเรียนแพทย์แห่งอเมริกา (Association of American Medical Colleges) ได้เผยแพร่รายงานฉบับหนึ่ง คาดการณ์ว่าในปี 2575 (2032) สหรัฐจะขาดแคลนแพทย์สูงถึง 46,900 – 121,900 คน โดยให้เหตุผลถึงความต้องการแพทย์เพิ่มมากขึ้นอันเป็นผลจากการที่ประชากรเพิ่มมากขึ้นและมีอายุยืนขึ้น โดยรายงานดังกล่าวได้อ้างถึงการสำมะโนประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (Census Bureau) ที่คาดการณ์ว่าจำนวนประชากรในปี 2575 จะมากกว่าปัจจุบันประมาณ 10% และประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จะมีจำนวน 48% ของประชากรทั้งหมด

ดร. เอตุล โกรเวอร์  (Atul Grover) รองประธานบริหารของสมาคมได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว CNBC ว่า “ผู้สูงอายุต้องการบริการทางการแพทย์สูงกว่าคนวัยอื่นถึง 2-3 เท่า และภายในเวลาเพียง 10-15 ปี เราจะมีประชากรกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นมาเกือบ 50% …….. เราต้องการแพทย์ทุกสาขาเพิ่มมากขึ้นในทุกพื้นที่ แต่ครึ่งหนึ่งของความต้องการแพทย์จะอยู่ที่ระบบบริการปฐมภูมิ”

ปัจจัยที่จะตอกย้ำให้ปัญหาขาดแคลนแพทย์รุนแรงก็คือแพทย์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้ก็จะกลายเป็นผู้สูงวัยในอีกไม่นานเช่นกัน รายงานดังกล่าวระบุว่า 1 ใน 3 ของแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบันนี้ก็จะมีอายุมากกว่า 65 ปีใน 10 ปีข้างหน้า  การเกษียณอายุของคนกลุ่มนี้จะทำให้จำนวนแพทย์ในระบบยิ่งลดน้อยลง

ปัญหาการขาดแคลนแพทย์นี้เกิดขึ้นทั่วประเทศ แต่จะมีความรุนแรงกับบางรัฐมากเป็นพิเศษ เช่นแอริโซน่าที่ปัจจุบันก็มีภาวะขาดแคลนแพทย์ในระบบปฐมภูมิอยู่แล้ว เมื่อคำนวณจากจำนวนบุคลากรในระดับปฐมภูมิแล้วแอริโซน่าถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 44 ของประเทศ โดยมีอัตราบุคลากรระดับปฐมภูมิเพียง 77.9 คน ต่อประชากร 100,000 คน ขณะที่อัตราเฉลี่ยของทั่วประเทศอยู่ที่ 91.7  คนต่อประชากร 100.000 คน ในขณะที่อัตราการเติบโตของประชากรถูกจัดเป็นรัฐที่มีอัตราการเติบโตของประชากรสูงเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ หากคำนวณจากสถานการณ์ประชากรปัจจุบันแอริโซน่าต้องการบุคลากรด้านสุขภาพประมาณ 600 คน แต่ในปี 2573 ความต้องการจะเพิ่มสูงถึงกว่า 2000 คน

เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤติที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรแอริโซน่าได้เตรียมแก้ไขกฎหมายเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพจากรัฐอื่นสามารถย้ายมาทำงานในรัฐตัวเองได้โดยไม่ต้องมีการขึ้นทะเบียนวิชาชีพใหม่ นอกจากนี้ทางฝ่ายผู้ผลิตก็ได้มีการเตรียมปรับแผนการผลิตกำลังคนด้วยเช่นกัน โรงพยาบาล Abrazo Health ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฟินิกส์ เมืองหลวงของรัฐแอริโซน่า ได้จัดอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาอายุรศาสร์และศัลยศาสตร์ทั่วไปขึ้นเอง เพิ่มเติมจากที่ผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวอยู่แล้ว

“จากการศึกษาข้อมูลทั่วประเทศเราพบว่าประมาณ 50% ของแพทย์ที่ผ่านการอบรมจะอยู่ทำงานต่อในพื้นที่ เราจึงมั่นใจว่าถ้าเราเทรนพวกเขาดี จัดสิ่งแวดล้อมของการเรียนที่ดีให้ พวกเขาก็จะอยู่กับเราเพื่อให้บริการประชากรที่เพิ่มมากขึ้นของเรา” ดร.อกิล โลลี่ (Akil Loli) แห่งโรงพยาบาล Abrazo Health กล่าวกับผู้สื่อข่าว CNBC

ปัญหาการขาดแคลนระบบกำลังด้านสุขภาพเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร และการเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุ เป็นปัญหาที่คาดการณ์ได้ แอริโซน่าเป็นตัวอย่างของการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น สำหรับประเทศไทยที่กำลังจะเป็นสังคมสูงอายุเต็มรูปแบบ (Aged society) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะมีมาตรการรับมืออย่างไรต้อองต้องติดตามกันต่อไป

 

แหล่งข้อมูล

https://www.cnbc.com/2019/09/06/americas-aging-population-is-leading-to-a-doctor-shortage-crisis.html

https://www.aamc.org/news-insights/press-releases/new-findings-confirm-predictions-physician-shortage