กำลังคนภาครัฐ จ้างงานแบบไหนดี

Home / บทความทั้งหมด / E-MAGAZINE / กำลังคนภาครัฐ จ้างงานแบบไหนดี
กำลังคนภาครัฐ จ้างงานแบบไหนดี

บรรยายภาพ: พยาบาลจากทั่วประเทศรวมตัวกันประท้วงการปรับขึ้นค่าตอบแทนในปี 2559 ที่วิชาชีพพยาบาลรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

โดย กองบินผีเสื้อ

 

รูปแบบการจ้างงานบุคลากรสุขภาพของรัฐเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาเนิ่นนาน นับตั้งแต่รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับลดขนาดกำลังคนในภาครัฐ แนวคิดการจ้างงานบุคลากรในรูปแบบอื่นๆ ได้รับการนำเสนอ หากพบว่ายังไม่มีรูปแบบใดสามารถธำรงกำลงคนด้านสุขภาพไว้ในระบบราชการได้ดีเท่าการจ้างงานแบบข้าราชการ ดร. กฤษดา แสวงดี และคณะ ในนามมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) ได้ทำการศึกษา โครงการศึกษารูปแบบการจ้างงาน แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาล ในภาครัฐของประเทศไทยในระยะ 15 ปีข้างหน้า เพื่อประโยชน์ในการประกาศนโยบายการจ้างงานบุคลากรสุขภาพของภาครัฐ โดยศึกษาการจ้างงานใน  4 วิชาชีพหลัก ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร

ปัจจุบันมีการจ้างงานกำลังคนด้านสุขภาพในระบบบริการภาครัฐ 4 รูปแบบด้วยกัน คือ ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งมีรายละเอียดของค่าตอบแทนรายเดือนและสวัสดิการแตกต่างกันไป ทำให้เกิดประเด็นปัญหาความไม่เป็นธรรม และความเหลื่อมล้ำในการจ้างงานทั้งภายในวิชาชีพและระหว่างวิชาชีพ ที่แม้จะอยู่ในตำแหน่งเดียวกันแต่เมื่อรูปแบบการจ้างงานแตกต่างกันก็ได้รับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ต่างกัน ส่งผลให้เกิดการสูญเสียบุคลากรด้านสุขภาพจากระบบ และเกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานกับบุคลากรสุขภาพ

ดร.กฤษดา และคณะมองว่าการจ้างงานกำลังคนด้านสุขภาพมีความซับซ้อน เพราะผูกพันกับระเบียบและข้อกฎหมายของแต่ละหน่วยงานแตกต่างกัน ทำให้ไม่สามารถกำหนดกรอบค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ที่เหมือนกันได้ ที่สำคัญมุมมองต่อการจ้างงานของผู้กำหนดนโยบายและตัวบุคลากรเองมีความแตกต่างกัน โดยผลการศึกษาประการหนึ่งพบว่าในมุมมองของผู้กำหนดนโยบายและผู้ใช้บุคลากรเห็นว่าการจ้างงานแบบข้าราชการเต็มไปด้วยข้อจำกัดในเรื่องระเบียบข้อบังคับ และความยืดหยุ่นในการจัดสรรคนให้เหมาะกับงาน ขณะที่ตัวบุคลากรมองว่าการจ้างงานแบบข้าราชการเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คงอยู่ในภาครัฐเพราะมีความมั่นคง สวัสดิการดี โดยเฉพาะสิทธิการรักษาพยาบาล การให้ความสำคัญกับการจ้างงานในรูปแบบราชการได้รับการยืนยันโดยผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณของงานวิจัยชิ้นนี้ซึ่งพบว่าบุคลากรที่ได้รับการจ้างงานแบบข้าราชการมีแนวโน้มมที่จะคงอยู่ในภาครัฐมากที่สุด โดยพยาบาลมีอัตราการคงอยู่สูงสุด และการจ้างงานแบบพนักงานกระทรวงสาธารณสุขที่มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้เทียบเท่าข้าราชการมีแนวโน้มที่จะทำให้บุคลากรด้านสุขภาพคงอยู่ในระบบรองลงมาจากการเป็นข้าราชการ ขณะที่ทันตแพทย์และเภสัชกรมีแนวโน้มคงอยู่ในภาครัฐน้อยสุดในทุกการจ้างงาน

งานวิจัยชิ้นนี้ไม่ได้ระบุชัดว่าในอนาคตควรมีการจ้างงานบุคลากรด้านสุขภาพแบบไหน แต่ให้ข้อเสนอแนะไว้ว่าการจ้างงานบุคลากรด้านสุขภาพต้องบูรณาการกับการวางแผนกำลังคนด้านสุขภาพทั้งหมด โดยต้องคำนึงถึงความต้องการด้านสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งการออกแบบชุดสิทธิประโยชน์ควรต้องคำนึงถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างรูปแบบการจ้างงานและระหว่างวิชาชีพ การทรวงสาธารณสุขควรปรับบทบาทเป็นผู้กำกับนโยบายมากกว่าเป็นผู้ให้บริการหรือผู้จ้างงานด้วยตนเอง เพื่อให้หน่วยบริการมีอิสระในการออกแบบรูปแบบการจ้างงานที่เหมาะสมกับตนเอง และควรให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการออกแบบรูปแบบการจ้างงานบุคลากรสุขภาพในท้องถิ่นของตนเอง และควรให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการจ้างงานหรือสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเองตั้งแต่ต้น

 

ดาวน์โหลดงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ www.hrdo.org