ความไม่เป็นธรรมของเบี้ยเสี่ยงภัยโควิด

Home / E-MAGAZINE / ความไม่เป็นธรรมของเบี้ยเสี่ยงภัยโควิด
ความไม่เป็นธรรมของเบี้ยเสี่ยงภัยโควิด

จากการที่กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้มีการจ่ายค่าเบี้ยเสี่ยงภัยให้บุคลากรที่ต้องปฏิบัติงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด โดยกำหนดให้เบิกค่าตอบแทนเป็นผลัด ผลัดละ 1,000 บาท และ 1,500 บาท นั้น ทำให้นักรังสีกลุ่มหนึ่งที่ต้องปฏิบัติงานในโรงพยาบาลไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับเบี้ยเสี่ยงภัยส่วนนี้แม้ต้องให้บริการเอกซเรย์ผู้ป่วยโควิดเป็นจำนวนมากในแต่ละวันก็ตาม

ปัญหาสำคัญอยู่ที่การตีความการทำงานของนักรังสีในโรงพยาบาลว่าทำงานไม่เป็นผลัด คือไม่มีความต่อเนื่องยาวนานของการทำงานกับผู้ป่วยโควิด แต่เป็นการทำงานรายชั่วโมง เพราะนักรังสีในโรงพยาบาลไม่ได้เอกซเรย์ผู้ป่วยโควิดอย่างเดียวอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องทำงานกับผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่ได้ติดเชื้อโควิด – 19 ด้วย ทำให้คนกลุ่มนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่จะได้รับค่าเสี่ยงภัยเป็นรายชั่วโมง ซึ่งถูกกำหนดไว้ที่ชั่วโมงละ 125 บาท

“การตีความว่าให้เราได้ค่าเสี่ยงภัยตามระยะเวลาที่เราเข้าไปทำงาน (กับผู้ป่วยโควิด – 19) โดยไม่เข้าใจบริบทการทำงานของการเอกซเรย์ว่าหน้างานเป็นอย่างไร ปริมาณคนไข้มีเท่าไร… บางครั้งในเวลา 2-3 ชั่วโมงเราเอกซเรย์คนไข้ไป 40 -50 คน เรารีบเร่งทำงานเพื่อให้แพทย์ได้เห็นภาพเอกซเรย์ เพื่อแยกอาการของโรคในการรักษา ยังไม่รวมคนไข้เร่งด่วน คนไข้อาการหนักช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ใส่ท่อช่วยหายใจที่เราต้องรีบเข้าไปปฏิบัติงาน ต้องไปยกคนไข้เพื่อใส่ฟิล์มเอกซเรย์ นี่คือภาวะเสี่ยงภัยทั้งหมด” กมลวรรณ แสงสุวรรณ นักรังสีการแพทย์ชำนาญการ ในฐานะคณะกรรมการและเลขานุการฝ่ายกิจกรรมและวิชาการ ชมรมรังสีการแพทย์ชุมชนแห่งประเทศไทย กล่าวกับสื่อมวลชนหลังจากเห็นประกาศหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยงเสี่ยงภัยของกระทรวงสาธารณสุข

ด้าน นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข โยนวิวาทะนี้ไปให้เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารโรงพยาบาลแต่ละแห่งที่จะพิจารณาว่าลักษณะการทำงานของบุคลากรตนเองมีการดูแลหรือทำงานกับผู้ป่วยโควิด – 19 เป็นผลัดหรือเป็นรายชั่วโมง เพราะบางคนอาจไม่ได้ทำงานกับผู้ป่วยโควิดอย่างต่อเนื่องจนสามารถเรียกว่าเป็นผลัดงาน

นักรังสีที่ทำงานเอกซเรย์กับคนไข้โควิดตลอดอย่างกรณี รพ. บุษราคัม ตรงนี้ไม่ต้องกังวล เพราะเห็นชัดอยู่แล้วว่ามาดูแลคนไข้โควิด และอยู่ยาว แบบนี้ต้องได้รับค่าตอบแทนเป็นผลัดไม่ใช่รายชั่วโมง อย่างไรก็ตามหากมีข้อสงสัยให้หารือหรือปรึกษากับโรงพยาบาลที่ตนเองสังกัด เพราะโรงพยาบาลจะทราบดีว่ามอบหมายงานให้ทำในลักษณะใด อย่างไร เพราะแต่ละโรงพยาบาลจะไม่เหมือนกัน ซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่รังสีอย่างเดียว แต่ทุกวิชาชีพก้จะอิงเกณฑ์ตามนี้ทั้งหมด

เห็นประเด็นวิวาทะที่เกิดขึ้นแล้วต้องบอกว่าน่าเป็นห่วงขวัญและกำลังใจของนักรังสี รวมทั้งบุคลากรในสายงานอื่นที่ต้องทำงานกับความเสี่ยงในการใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด เพราะความเสี่ยงในการได้รับเชื้อตามไปด้วยเพียงแค่ทำงานกับผู้ป่วย 1 เคส ก็ต้องถือว่ามีความเสี่ยงแล้ว ขณะเดียวกันก็ชวนให้สงสัยในวิธีคิดของกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องการเอาความต่อเนื่องของระยะเวลาในการทำงานเป็นเกณฑ์สำคัญในการจ่ายค่าเสี่ยงภัย การทำงาน คนที่ทำงานกับผู้ป่วยโควิด – 19 ต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง แต่มีคนไข้ที่ต้องใกล้ชิดหรือดูแลจำนวนไม่มาก จะวัดได้อย่างไรว่ามีความเสี่ยงมากหรือน้อยกว่าผู้ที่ทำงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อเพียง 2-3 ชั่วโมง แต่แต่ละชั่วโมงต้องสัมผัสผู้ป่วยเป็นสิบคน

ในช่วงเวลาที่บุคลากรในระบบสุขภาพต้องการขวัญและกำลังใจ การจัดสรรค่าเสี่ยงภัยและค่าตอบแทนอื่นๆ ควรให้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะไม่ทำให้เกิดการแบ่งเขาแบ่งเราไม่ดีกว่าหรือ

แหล่งข้อมูล
https://www.hfocus.org/content/2021/08/22822 สธ.แจงกรณีเบิกจ่ายค่าตอบแทนเสี่ยงภัยผู้ปฏิบัติงานโควิด19 อิงตามเกณฑ์ที่กำหนด
https://www.hfocus.org/content/2021/08/22792 นักรังสีร้องเรียกผู้บริหาร สธ. ประสบปัญหาเกณฑ์ค่าเสี่ยงภัยไม่เหมือนวิชาชีพอื่น