นักศึกษาพยาบาลกับการเรียนการสอนแบบบูรณาการ

Home / บทความทั้งหมด / E-MAGAZINE / นักศึกษาพยาบาลกับการเรียนการสอนแบบบูรณาการ
นักศึกษาพยาบาลกับการเรียนการสอนแบบบูรณาการ

“ทำให้เราเห็นสภาพชีวิตจริงของเขาตั้งแต่อยู่ที่บ้านจนกระทั่งมาอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อเห็นคนไข้ถูกดุ เราจะรู้สึกเห็นใจและเข้าใจเขา ต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาทำอย่างที่เราอยากให้ทำไม่ได้”

ความเห็นหนึ่งของนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาล ที่ปรากฏในรายงานประเมินผลผู้เรียนกับการสอนแบบบูรณาการ โดย สุณีย์ วงศ์คงคาเทพ กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ซึ่งจัดทำให้กับสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข

งานวิจัยชิ้นนี้จัดทำขึ้นหลังจากโครงการปฏิรูปการจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพของสถานศึกษาในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ได้พัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนแบบบูรณาการมาแล้ว 3 ปี เพื่อหาผลลัพท์เบื้องต้นของโครงการ อันจะนำสู่การปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรแบบบูรณาการต่อไป ทั้งนี้สถาบันพระบรมราชชนกได้พัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์แบบบูรณาการที่เน้นชุมชน และมีนโยบายให้วิทยาลัยนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2546 เพื่อสร้างบัณฑิตที่นอกจากจะมีความรู้และสมรรถนะทางวิชาชีพแล้วยังต้องเข้าใจผู้อื่นและรู้จักความเป็นจริงในสังคมเพื่อเป็นฐานในการให้บริการทางสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ตลอดจนสามารถประยุกต์ความรู้ และถ่ายทอดเพื่อพัฒนาศักยภาพการดูแลตนเองของประชาชนตามเจตนารมณ์ของหลักสูตร ซึ่งการสอนแนวบูรณาการเป็นการสอนที่ให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และศาสตร์ที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพ เชื่อมโยงกับความเป็นจริงทางสังคมอย่างไม่แยกส่วนและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้

เพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สถาบันพระบรมราชชนก จึงต้องปรับการเรียนการสอนใหม่จากเดิมที่เน้นเนื้อหาสาระและสมรรถนะเชิงวิชาชีพเป็นสำคัญ มาเป็นการเน้นความเข้าใจมนุษย์ ชุมชน สังคม และความเป็นจริงผสมผสานกับความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพ มีกระบวนการการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนคิดเป็น คือมีวิจารณญาณ ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของการเป็นพยาบาล

จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง จำนวน 3,277 คนซึ่งเป็นนักเรียนพยาบาลที่ผ่านการศึกษารายวิชาของวิทยาลัยพยาบาลสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก 17 แห่งที่จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการตั้งแต่ปีการศึกษา 2547-2549 พบว่ากลุ่มตัวอย่างกว่าร้อยละ 80 เห็นว่าการสอนแบบบูรณาการมีความน่าสนใจมากกว่าการสอนแบบรายสาระวิชา โดยเฉพาะในเรื่องสภาพการดำรงชีวิตในชุมชนและชีวิตจริงของผู้ป่วยและพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งพบว่าร้อยละ 93 ระบุว่ามีความเข้าใจในด้านนี้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งนี้หลักสูตรการสอนแบบบูรณาการได้จัดให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่สัมผัสชีวิตจริงของประชาชนในชุมชนจริง เช่น วัด ตลาดสด บ้าน และชุมชน

นอกจากนี้ยังพบว่าหลักสูตรการสอนแบบบูรณาการทำให้นักศึกษาได้พัฒนาตนเอง โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 93 พบว่าตนเองมีมุมมองที่กว้างขึ้น รู้จักและเข้าใจพฤติกรรมการดูแลคนป่วยที่มากไปกว่าทฤษฎีในตำราเรียน รู้จักฟังผู้อื่นมากขึ้น กระตือรือร้นสนใจในชีวิตของชาวบ้านมากขึ้น ไม่ตัดสินคนไข้จากมุมมองของตนเองเท่านั้น

อย่างไรก็ดีขณะที่พบว่านักศึกษามีทัศนคติค่อนข้างบวกต่อหลักสูตรการเรียนการสอนแบบบูรณาการ กลับพบว่าอุปสรรคสำคัญประการหนึ่งของการเรียนการสอนแนวใหม่นี้ในสายตาของนักศึกษาคืออาจารย์ผู้สอน แม้นักศึกษาส่วนใหญ่จะเห็นว่าในภาพรวมอาจารย์ผู้สอนจะทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำ กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักคิดและเรียนรู้ด้วยตนเองได้ดี แต่บางส่วนก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าอาจารย์ต้องการให้มองในประเด็นใด หรือต้องการให้เรียนรู้สิ่งใด นอกจากนี้บางวิชามีอาจารย์สอนหลายคน แต่ละคนมีความเห็นต่อประเด็นหนึ่งประเด็นใด และมีวิธีการสอนที่ไม่เหมือนกันทำให้ผู้เรียนสับสน

“อาจารย์บางคนจะบอกนักศึกษาเลยบ้างว่าต้องทำอะไรบ้าง อาจารย์บางคนก็ไม่บอกเลย หนูก็เจออาจารย์ที่ว่า ‘เอ้า คิดเองนะคะ’ จะชี้แนะนิดๆ หน่อยๆ แล้วให้ไปหาคำตอบกันเอง …บางทีฟังคำพูดอาจารย์ก็เข้าใจยากค่ะ จะบอกก็ไม่บอก มันเหมือนครึ่งๆ กลางๆ” 

นักศึกษาคนหนึ่งกล่าวไว้

สุณีย์ ได้สรุปความเห็นไว้ท้ายงานวิจัยฉบับนี้ว่าการเรียนรู้แบบบูรณาการเป็นการพัฒนาความคิด การทำความเข้าใจความหมายในชีวิตคน และการมองสังคมเป็นองค์รวม ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเข้าใจยาก โดยเฉพาะกับนักศึกษาและอาจารย์ที่มีความเคยชินกับการเรียนการสอนแบบบรรยายและมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน จึงเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาปรับตัวค่อนข้างมาก สุณีย์เสนอว่าอาจารย์ผู้สอนไม่ความคาดหวังผลเลิศมากเกินไปในขณะที่การเรียนการสอนแบบบูรณาการยังอยู่ในระดับของการปรับตัวทั้งผู้เรียนและผู้สอน ทุกฝ่ายควรเปิดให้ระยะเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้และปรับตัวร่วมกัน อีกทั้งในอนาคตควรมีการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ตลอดจนการศึกษาเชิงเปรียบเทียบโดยมีกลุ่มควบคุมที่ใช้การสอนแบบเดิม เพื่อประโยชน์ในการศึกษาประสิทธิผลของการศึกษาแบบบูรณาการต่อไป

จากห้องวิจัย โดยกองบรรณาธิการผีเสื้อขยับปีก

เผยแพร่ครั้งแรก ผีเสื้อขยับปีก เล่มที่ 10


  • รายงานประเมินผลผู้เรียนกับการสอนแบบบูรณาการ โดย สุณีย์ วงศ์คงคาเทพ กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย
  • จัดได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • สามารถดาวน์โหลดงานวิจัยฉบับเต็มซึ่งนอกจากจะมีผลการศึกษาฉบับเต็ม
  • แล้วยังมีรายละเอียดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ได้ที่ www.pi.ac.th