นักศึกษาแพทย์: อย่าปล่อยให้เขาแบก

Home / บทความทั้งหมด / E-MAGAZINE / นักศึกษาแพทย์: อย่าปล่อยให้เขาแบก
นักศึกษาแพทย์: อย่าปล่อยให้เขาแบก

ข่าวการตัดสินใจจบชีวิตของนักศึกษาแพทย์ปี 1 ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นภาวะทางจิตของนักศึกษาแพทย์เป็นอย่างดี เครียด เหนื่อย เหงา เศร้า กลายเป็นคุณสมบัติทางจิตของนักศึกษาแพทย์ในปัจจุบันที่ผลจากการแบกภาระของการเป็นนักศึกษาแพทย์

พวกเขาแบกอะไรกันบ้าง

ความคาดหวังของตัวเอง ของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ รุ่นพี่ ของพี่ ของน้อง แบกความรับผิดชอบของการเรียนในแต่ละวันที่มีทั้งตำรากองโตให้อ่าน ทั้งการฝึกทักษะทางการแพทย์ แบกปัญหาส่วนตัวในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีสังคม มีเพื่อน มีครอบครัว มีความรัก มีโลภ มีโกรธ มีหลง  รศ.นพ.รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ รองคณบดีฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เคยให้สัมภาษณ์ผีเสื้อขยับปีก ไว้ว่า “การเรียนแพทย์หนัก เหนื่อย และเครียด วิชาชีพแพทย์ เป็นวิชาที่จำเป็นต้องอาศัยความ perfect เราพลาดไม่ได้ ความรับผิดชอบสูงมาก ชีวิตคนไข้อยู่กับเรา และการเรียนแพทย์ตลอดหลักสูตร 6 ปี มีเนื้อหามาก เราต้องเรียนรู้ชีวิตมนุษย์ทั้งที่ปกติ และที่เป็นโรค โรคก็มีเป็นพันเป็นหมื่นโรค แต่นักเรียนแพทย์ต้องเรียนในเวลาจำกัด 6 ปี และยังต้องฝึกทักษะ ทำโน่น นี่ นั่น อีกมากมาย เนื้อหามันเยอะ กับอีกอันหนึ่ง เวลาพักผ่อนน้อย นักเรียนแพทย์จะเหนื่อยมาก”

ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตในหมู่นักศึกษาแพทย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ และการฆ่าตัวตายของนักศึกษาแพทย์ก็ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

ปี 2532 มีการศึกษาการป่วยทางจิตในนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่า นศ.แพทย์มีอัตราการป่วยทางจิตเวช 17.9 รายต่อพันคนต่อปี

รายงานการศึกษานักศึกษาแพทย์ที่ขอรับบริการให้คำปรึกษาของหน่วยบริการให้คำปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ปีการศึกษา 2533 พบว่านักศึกษาแพทย์ป่วยทางจิตเวช 1.08 รายต่อพันคนต่อปี

การศึกษาที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลย้อนหลัง 25 ปี (2525-2550) ของ นพ. พนม เกตุมาน และคณะ พบว่ามีนักศึกษาแทย์ขอรับบริการให้คำปรึกษาทั้งสิ้น 338 ราย ในจำนวนนี้พบว่ามีปัญหาสุขภาพจิต 307 ราย (ร้อยละ 90.8)โดยป่วยเป็นโรคจิตเวช 258 ราย มีปัญหาบุคลิกภาพ 186 ราย ในกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพจิต 307 รายนั้น พบว่าไม่สำเร็จการศึกษา 32 ราย (คิดเป็นร้อยละ 10.4 ของนักศึกษาแพทย์ที่มีปัญหาสุขภาพจิตทั้งหมด) โรคจิตเวชที่พบมากในกลุ่มนี้คือโรคซึมเศร้า รองลงไปได้แก่ โรคจิตเภท ปัญหาสุขภาพจิตของนักศึกษาแพทย์พบในกลุ่มนักศึกษาชายมากกว่านักศึกษาหญิง และส่วนใหญ่เริ่มมีปัญหาเมื่อเรียนชั้นปีที่ 2

นพ. สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ที่ปรึกษาแพทยสภาเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต้นปี 2561 ภายหลังปรากฏข่าวนักศึกษาแพทย์ของโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งฆ่าตัวตาย ว่า    ปัญหาการฆ่าตัวตายของนักศึกษาแพทย์มีมาอย่างต่อเนื่องตลอด 40 ปี โดยทุกสถาบันการศึกษาพยายามหามาตรการดูแลนักศึกษาแพทย์ตลอด

ปัญหาสุขภาพจิตของนักเรียนแพทย์ไม่ได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยเพียงแห่งเดียว หากเกิดขึ้นทั่วโลก มีรายงานการศึกษาในต่างประเทศพบว่าโรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักศึกษามีความคิดฆ่าตัวตายถึงร้อยละ 11.2 โดยมีความสัมพันธ์กับอารมณ์ซึมเศร้าและความรู้สึกหมดพลัง (burnout) สมาคมแพทย์อเมริกัน (American Medical Association) จัดให้มีโปรแกรมการให้คำปรึกษานักเรียนแพทย์ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต  เช่นเดียวกับสมาคมแพทย์แคนาดา (Canadian Medical Association) ที่พยายามให้โรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ทุกแห่งจัดตั้งแผนกเพื่อดูแลสุขภาพและสุขภาวะ (health and wellness) ของแพทย์เป็นพิเศษ ขึ้นในโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ทั่วประเทศ แต่ แค่การให้คำปรึกษาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ มหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์เคยทำการสรวจสภาพจิตของนักเรียนแพทย์และปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอน และพบว่าเพียงหนึ่งปีหลังมีการปรับหลักสูตร นักเรียนแพทย์มีความเครียดและความวิตกกังวลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และที่สำคัญคะแนนสอบโดยเฉลี่ยของนักเรียนก็สูงขึ้น

สำหรับประเทศไทยเอง ปัญหาทางสุขภาพจิตของนักเรียนแพทย์เป็นสิ่งที่โรงเรียนแพทย์ทุกแห่งให้ความสำคัญ ตัวเลขทางสถิติทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ได้มาจากการศึกษาของโรงเรียนแพทย์ทั้งสิ้นที่จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการพัฒนาระบบการช่วยเหลือทางสุขภาพจิตให้กับนักศึกษาแพทย์ให้มีประสิทธิภาพ  การประชุมแพทยศาสตร์ศึกษา ครั้งที่ 20 ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่วันนี้ ก็ได้มีการพูดคุยกันถึงปัญหาการ burnout ในโรงเรียนแพทย์ด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยกันลดภาระทางจิตใจที่นักศึกษาแพทย์แบกไว้

การให้คำปรึกษาที่โรงเรียนแพทย์ต่างๆ ให้ความสำคัญอยู่นั้นน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทาง สิ่งสำคัญที่น่าจะเริ่มต้นขึ้นปัจจัยที่ทำให้คนกลุ่มนี้ต้องเข้าสู่ภาะของการ “แบก” นั่นคือ การเริ่มต้นชีวิตการเป็นนักเรียนแพทย์ หากเริ่มต้นด้วยฉันทะของผู้เรียนเอง อย่างน้อยพวกเขาก็จะแบกมันอย่างมีความสุข และเมื่อรู้ว่าไม่สามารถแบกได้ต่อไป อย่างน้อยพวกเขาก็วางมันลงได้อย่างสบายใจมากกว่าการแบกที่เริ่มต้นด้วยฉันทะของคนในครอบครัว โดยที่เจ้าตัวไม่มีความใฝ่ฝันร่วม นอกจากนี้บรรยากาศการเรียนการสอนของโรงเรียนแพทย์ที่มักเต็มไปด้วยการแข่งขันก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน แน่นอนว่าไม่มีใครอยากปล่อยให้นักศึกษาแพทย์ต้องเป็นผู้แบกปัญหาต่างๆ  ไว้ตามลำพัง แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ควรต้องไม่ลืมที่จะถามตัวเองว่า เรามีส่วนวางภาระแรงกดดันลงไปบนพวกเขาด้วยหรือไม่ และได้ลงมือทำมากพอแล้วหรือยังที่จะลดภาระแห่งการแบกของพวกเขา

เรื่อง: เพ็ญนภา หงษ์ทอง

แหล่งข้อมูล

1.ปัญหาทางสุขภาพจิตที่พบในนักศึกษาแพทย์ศิริราชที่ไม่สำเร็จการศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2525-2550 โดย พนม เกตุมาน และคณะ เผยแพร่ทางวารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย: 2556; 58(3) ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.psychiatry.or.th/JOURNAL/58-3/05-Panom.pdf

2.นักศึกษาแพทย์กับความกดดันของโรคซึมเศร้าและเสี่ยงฆ่าตัวตาย https://www.sanook.com/health/10357/

3.Prevalence of depression, depressive symptoms, and suicide ideation among medical students: a systematic review and meta-analysis: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/27923088

4.แพทยสภายอมรับมี นศ.แพทย์ เครียด ฆ่าตัวตายต่อเนื่อง ชี้ไม่เคยปิดข่าว: https://today.line.me/th/pc/article/แพทยสภา+ยอมรับมี+นศ+แพทย์+เครียดฆ่าตัวตายต่อเนื่อง+ชี้ไม่เคยปิดข่าว-jBYggr

5.Student’s suicide at time of growing awareness about mental health of medical students, doctors: https://ottawacitizen.com/news/local-news/students-suicide-at-time-of-growing-awareness-about-mental-health-of-medical-students-doctors