ปัจจัยการเลือกสถานที่ทำงานของพยาบาลวิชาชีพ

ปัจจัยการเลือกสถานที่ทำงานของพยาบาลวิชาชีพ

เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยมีปัญหาการเรื่องการกระจายตัวของพยาบาลไม่ต่างจากแพทย์ คือจะมีการกระจุกตัวของวิชาชีพตามตามโรงพยาบาลในเมืองและมีปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในชนบท

แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะมีกลวิธีในการดึงดูดพยาบาลให้คงอยู่ในสถานบริการของรัฐในชนบท โดยส่วนใหญ่กลวิธีที่ใช้มุ่งไปในด้านการศึกษาโดยใช้วิธีให้จังหวัดคัดเลือกนักศึกษาเข้ารับการศึกษาในวิทยาลัยเขตภูมิลำเนาตนเองและเมื่อสำเร็จการศึกษาจะบรรจุทำงานใกล้ภูมิลำเนา และใช้การให้ทุนการศึกษาเพื่อผูกมัดให้นักศึกษาต้องทำงานชดใช้ แต่ก็พบว่ามาตรการจูงใจที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะสามารถดึงดูดให้พยาบาลปฏิบัติงานในสถานบริการของรัฐในชนบท ไม่เพียงเท่านั้นมาตรการเหล่านี้ยังถูกทำให้อ่อนแอลงจากการปฏิรูประบบราชการในปี 2543 ที่มีการจำกัดจำนวนข้าราชการ ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาพยาบาลนอกจากจะไม่ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐแล้วยังไม่สามารถเข้ารับราชการได้ ผลที่ปรากฏคือ ปี 2548 ซึ่งเป็นปีแรกที่นักศึกษารุ่นดังกล่าวจบการศึกษา และพบว่ามีผู้สำเร็จการศึกษาร้อยละ 28 ของจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข 2,500 คน ไม่กลับไปปฏิบัติงานในจังหวัดต้นสังกัด

การสร้างมาตรการแรงจูงใจและการดึงดูดให้พยาบาลปฏิบัติงานในชนบทให้ยาวนานจึงต้องการกลวิธีที่มีประสิทธิภาพและต้องการข้อมูลเชิงประจักษ์มาสนับสนุน นงลักษณ์ พะไกยะ แห่งสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ และคณะ ได้ทำการศึกษาหาปัจจัยการเลือกทำงานในชนบทของพยาบาลวิชาชีพจบใหม่ เพื่อค้นหาคุณลักษณะของงานที่จะทำให้พยาบาลประสงค์จะเลือกทำงานและเพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินนโยบายของรัฐในการดึงดูดพยาบาลเข้าทำงานในพื้นที่ชนบท

การศึกษาทำโดยการสร้างเครื่องมือทดลองเพื่อการตัดสินใจ ด้วยการสร้างสถานการณ์จำลอง กำหนดคุณลักษณะงานขึ้นมา 7 คุณลักษณะ สร้างเงื่อนไขของทั้ง 7 คุณลักษณะให้มีความแตกต่างกันระหว่างงานพยาบาลในเมืองและในชนบท เพื่อดูว่ากลุ่มตัวอย่างจะเลือกการทำงานที่ใดด้วยเหตุผลคุณลักษณะใด ภายใต้เงื่อนไขใด คุณลักษณะของงาน ทั้ง 7 ประการได้แก่ ประเภทของสถานพยาบาล รายได้ สวัสดิการบ้านพัก สวัสดิการด้านการรักษาโอกาสการฝึกอบรม จำนวนปีทำงานก่อนได้เลื่อนตำแหน่ง และวัฒนธรรมองค์กร

กลุ่มตัวอย่างของการศึกษาเป็นนักเรียนพยาบาลวิชาชีพจบใหม่ ซึ่งคัดเลือกมาจากวิทยาลัยพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 4 แห่ง จากทุกภาคของประเทศ จำนวน 389 คน

จากการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวน 5,472 ชุดข้อมูลของผู้ส่งแบบสอบถามกลับมาจำนวน 342 คน นงลักษณ์และคณะพบว่าคุณลักษณะของงานที่ศึกษา 6 คุณลักษณะ ได้แก่ ประเภทของสถานบริการ สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล จำนวนปีที่ปฏิบัติงานก่อนได้เลื่อนตำแหน่ง สวัสดิการบ้านพัก วัฒนธรรมการบริหารจัดการองค์กร การเพิ่มเงินเดือน มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับการเลือกสถานบริการชนบท และมีทิศทางความสัมพันธ์เป็นไปตามที่คาดไว้ ยกเว้นเรื่องโอกาสได้รับการอบรม ส่วนการเลือกสถานพยาบาลในเมืองพบว่าปัจจัยด้านประเภทของสถานบริการ การได้รับสวัสดิการบ้านพัก จำนวนปีที่ปฏิบัติงานก่อนได้เลื่อนตำแหน่ง วัฒนธรรมการบริหารจัดการองค์กร มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กับการเลือกสถานบริการในเมือง และผลของการศึกษาได้สะท้อนว่าผลของการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของงานมีผลต่อการให้ค่าของสถานบริการในชนบทและในเมือง ซึ่งผลดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่าพยาบาลให้ความสนใจประสงค์จะทำงานที่สถานบริการในชนบทถ้าหากว่าการทำงานนั้นอยู่ที่โรงพยาบาล ได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลสำหรับตนเองและครอบครัว ได้เลื่อนชั้นหรือตำแหน่งเร็วขึ้น มีวัฒนธรรมการบริหารจัดการแบบเน้นความสัมพันธ์แนวราบ มีสวัสดิการบ้านพักให้อย่างดี เพิ่มเงินเดือนให้จากอัตราปกติร้อยละ 10 – ร้อยละ 30

จากผลที่ได้จากการศึกษาทำให้นงลักษณ์และคณะได้ข้อสรุปว่าในการพิจารณาตัดสินใจเลือกงานของพยาบาลจบใหม่ได้พิจารณาลักษณะของงานที่สำคัญ ทั้ง 7 คุณลักษณะ และพบว่าคุณลักษณะทั้งหมดมีผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อการเลือกงาน และเมื่อพิจารณาเรื่องความพึงพอใจและการเลือกงานระหว่างสถานบริการในชนบทกับสถานบริการในเมือง พบว่าในการเลือกงานในชนบท พยาบาลจบใหม่ไม่เพียงแต่จะพิจารณาเฉพาะประเภทของสถานพยาบาลเท่านั้นแต่ยังได้พิจารณารวมถึงคุณลักษณะของงานอื่นๆ ด้วยซึ่งได้แก่ สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล การได้รับสวัสดิการบ้านพัก จำนวนปีที่ปฏิบัติงานก่อนได้เลื่อนตำแหน่ง วัฒนธรรมการบริหารจัดการ และการได้รับเงินเดือนมากกว่าอัตราปกติ ผลการศึกษาเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่าพยาบาลจบใหม่ให้ความสำคัญมากกับผลตอบแทนที่ไม่ได้เป็นตัวเงิน ดังนั้นสิ่งจูงใจที่ประกอบด้วยมาตรการที่เหมาะสมและหลากหลายไม่เน้นเฉพาะมาตรการใดมาตรการหนึ่งจะสามารถที่จะดึงดูดให้พยาบาลสนใจไปทำงานในชนบทมากกว่าในเมือง

นอกจากนี้จากคุณลักษณะของงานทั้ง 7 คุณลักษณะ พบว่าประเภทของสถานบริการมีความสำคัญมากที่สุดต่อการเลือกงาน พยาบาลจบใหม่มีแนวโน้มที่จะเลือกสถานบริการในชนบทถ้าหากสถานบริการนั้นเป็นโรงพยาบาลไม่ใช่สถานีอนามัย คุณลักษณะของงานที่จะดึงดูดใจให้พยาบาลเลือกปฏิบัติงานในชนบทที่สำคัญรองลงไปคือสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล โดยถ้าการปฏิบัติงานในชนบททำให้ได้รับสวัสดิการการรักษาครอบคลุมทั้งตนเองและสมาชิกในครอบครัวด้วย จะทำให้พยาบาลมีแนวโน้มเลือกปฏิบัติงานในชนบท คุณลักษณะที่สำคัญรองลงไปได้แก่ การได้เลื่อนตำแหน่ง วัฒนธรรมการบริหารจัดการ การได้รับสวัสดิการบ้านพัก และการเพิ่มค่าตอบแทน ตามลำดับ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า หากสามารถจัดคุณลักษณะงานของสถานบริการในชนบทให้มีส่วนประกอบดังต่อไปนี้ เป็นโรงพยาบาล มีสวัสดิการการรักษาครอบคลุมสมาชิกในครอบครัว มีการได้เลื่อนตำแหน่งเร็วขึ้น มีการบริหารจัดการที่เน้นความสัมพันธ์และการทำงานเป็นทีม และมีสวัสดิการบ้านพักที่ดี จะสามารถดึงดูดให้พยาบาลเลือกทำงานในชนบทมากกว่าเลือกทำงานในเมือง ในด้านด้านการเพิ่มค่าตอบแทนพบข้อมูลที่น่าสนใจคือการเพิ่มให้เงินเดือนสูงขึ้นเป็นคุณลักษณะของงานที่ได้รับความสำคัญอยู่อันดับเกือบสุดท้าย ชี้ให้เห็นว่าพยาบาลที่จบการศึกษาใหม่ให้ความสำคัญกับแรงจูงใจทางด้านที่ไม่เป็นตัวเงินมากกว่าที่เป็นตัวเงิน

งานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้กำหนดนโยบายทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นควรดำเนินมาตรการการจูงใจเป็นชุดของมาตรการ แทนที่จะไปให้ความสำคัญที่มาตรการใดมาตรการหนึ่ง เพื่อปรับเงื่อนไขลักษณะงานในชนบทให้จูงใจมากขึ้น

จากห้องวิจัย โดยกองบรรณาธิการผีเสื้อขยับปีก

เผยแพร่ครั้งแรก ผีเสื้อขยับปีก เล่มที่ 12


  • การศึกษาปัจจัยกำหนดการเลือกงานในชนบทของพยาบาลวิชาชีพที่จบใหม่: การใช้เครื่องมือการทดลองเพื่อการตัดสินใจ โดย นงลักษณ์ พะไกยะ
  • สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ได้รับทุนสนับสนุนจาก The Consortium for Research on Equitable Health Systems (CREHS)
  • ผู้สนใจรายงานฉบับเต็มติดต่อได้ที่ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ 02-590-2366-7