พยาบาลผดุงครรภ์ในนิวซีแลนด์

Home / บทความทั้งหมด / E-MAGAZINE / พยาบาลผดุงครรภ์ในนิวซีแลนด์
พยาบาลผดุงครรภ์ในนิวซีแลนด์

คิดว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินข่าวคราวปัญหาการขาดแคลนพยาบาลผดุงครรภ์ในประเทศนิวซีแลนด์มาบ้าง เพราะเมื่อ 2 ปีก่อน วิกฤติความขาดแคลนที่นั่นเคยเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ในเมืองไทยเมื่อโรงพยาบาลบางแห่งในเวลลิงตัน พยายามแก้ไขวิกฤติด้วยการควบคุมปริมาณความต้องการพยาบาลผดุงครรภ์ในวิธีที่ไม่เหมือนใครและคงไม่มีใครกล้าเหมือน คือการเสนอแจกคูปองช้อปปิ้งมูลค่าถึง 100 เหรียญนิวซีแลนด์ให้กับคุณแม่ที่รีบพาทั้งลูกและตัวเองออกจากโรงพยาบาลภายใน 6 ชั่วโมงหลังคลอด แต่ยังไม่ได้ทันได้มีผลในทางปฏิบัติแนวคิดดังกล่าวก็ถูกพับเพราะไม่อาจฝืนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมโดยเฉพาะกลุ่มพยาบาลผดุงครรภ์ที่มองว่าข้อเสนอทุนนิยมเช่นนี้ มีแต่จะทำให้ทั้งคุณแม่และคุณลูกไม่ได้รับการดูแลที่ดีหลังคลอด

ล่าสุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เรื่องราวของพยาบาลผดุงครรภ์ที่ประเทศนี้เป็นข่าวอีกครั้ง แม้ครั้งนี้จะไม่ได้เดินทางมาไกลถึงบ้านเราแต่ก็เป็นข่าวครึกโครมในนิวซีแลนด์ เมื่อโรงเรียนการพยาบาลผดุงครรภ์ แห่งมหาวิทยาลัยแมสซีย์ (Massey University) ซึ่งผลิตพยาบาลผดุงครรภ์ป้อนตลาดถึง 1 ใน 4 ของจำนวนทั้งหมดที่มีการผลิตในแต่ละปี (ประมาณ 100 กว่าคน) ออกมางัดข้อกับสภาการพยาบาลผดุงครรภ์ที่กดดันให้มีการเปลี่ยนหลักสูตร ด้วยการประกาศไม่รับนักศึกษาใหม่ในปีการศึกษาหน้า หมายความว่าอีก 3 ปี จำนวนพยาบาลผดุงครรภ์จบใหม่ที่มีอยู่น้อยนิดอยู่แล้วจะหายไปถึง 1 ใน 4 เลยทีเดียว

ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายควบคุมคุณภาพพยาบาลผดุงครรภ์ในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาความขาดแคลนและความต้องการบุคลากรที่เพิ่มขึ้น ในช่วงหลังพยาบาลผดุงครรภ์ในนิวซีแลนด์เป็นที่ต้องการมากขึ้น ไม่เพียงแต่อัตราการเกิดที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังเป็นเพราะบุคลากรที่ทำหน้าที่ทำคลอดให้กับคุณแม่ก็ลดลง คือแพทย์ GP จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เลิกทำคลอดโดยเฉพาะกับรายที่เกิดตอนกลางคืน ส่วนสูติแพทย์ก็จะรับ refer เฉพาะเคสยากๆ การทำคลอดและดูแลหลังคลอดในเคสปกติจึงเป็นภาระงานของพยาบาลผดุงครรภ์ที่ถูกฝึกมาทางด้านนี้โดยเฉพาะ คุณแม่ทุกคนจำเป็นต้องมีพยาบาลผดุงครรภ์ประจำตัวตั้งแต่ตอนฝากท้อง ทำคลอดและดูแลหลังคลอดประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งระบบของนิวซีแลนด์คือให้แพทย์ GP ของตนเอง ส่งต่อให้พยาบาลผดุงครรภ์ หรือใครจะใช้วิธีติดต่อเลือกพยาบาลผดุงครรภ์ที่ศูนย์กลางพยาบาลผดุงครรภ์โดยตรงก็ได้ และเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสุขภาพระดับเขต (District Health Boards) ต้องจัดหาบริการให้ ตัวเลขล่าสุดในปี 2551 จากคณะกรรมการสุขภาพระดับเขตบอกว่า โดยเฉลี่ยในแต่ละปีพยาบาลผดุงครรภ์ 1 คน ต้องดูแลคุณแม่มากถึง 50 ราย และคณะกรรมการสุขภาพจำนวน 15 จาก 21 เขตออกมาบอกว่าตัวเองมีปัญหาการขาดแคลนพยาบาลผดุงครรภ์ บางโรงพยาบาลต้องใช้วิธีการ refer เคสคลอดบุตรเมื่อไม่สามารถหาพยาบาลผดุงครรภ์ได้เพียงพอกับความต้องการ

เมื่อเป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งความคาดหวังของคุณแม่ต่อพยาบาลผดุงครรภ์ก็สูงขึ้น ทำให้สภาการพยาบาลจำเป็นต้องเร่งฝึกพยาบาลผดุงครรภ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงได้ปรับเปลี่ยนหลักสูตรใหม่โดยเพิ่มเนื้อหาวิชาการและชั่วโมงการฝึกงานให้มากขึ้น แต่ไม่เพิ่มจำนวนปีการศึกษา ตามหลักสูตรใหม่พยาบาลผดุงครรภ์ที่นี่จึงต้องมีชั่วโมงเรียนรวม 45 สัปดาห์ เพิ่มจากหลักสูตรเดิมที่เรียนเพียง 32 สัปดาห์ใน 1 ปีการศึกษา ระยะเวลาหลักสูตร 3 ปีเท่าเดิม ทางด้านโรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์แห่งมหาวิทยาลัยแมสซีย์มองว่าการปรับหลักสูตรให้เข้มข้นขึ้นเช่นนั้น จะไม่เป็นผลดีทั้งต่อตัวเด็กและตัวอาจารย์ ที่แทบจะไม่มีเวลาได้ทำวิจัยเพื่อเพิ่มพูนทักษะตัวเอง จึงเสนอว่าแทนที่จะทำให้หลักสูตรเข้มข้นให้เปลี่ยนมาเป็นการขยายหลักสูตรเป็น 4 ปี จะดีกว่า พร้อมทั้งร่างหลักสูตรใหม่เสนอให้เรียบร้อย ซึ่งสภาการพยาบาลผดุงครรภ์มองว่าทำให้ระยะเวลาการผลิตต้องยืดยาวออกไปถึง 1 ปี เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายเห็นไม่ลงรอยกัน จึงกลายเป็นความแตกแยกที่ปรากฏผ่านทางสื่อของนิวซีแลนด์เอง แม้ว่าขณะนี้กำลังมีความพยายามเจรจาเพื่อหาข้อสรุปที่จะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย แต่ทางมหาวิทยาลัยก็คาดว่าจะไม่สามารถหาข้อสรุปได้ทันในปีการศึกษาหน้า และได้ประกาศงดรับนักศึกษาใหม่ในเวบไซต์ของสถาบันไปแล้ว แม้ว่าขณะนี้กำลังอยุ่ระหว่างการหาทางออกร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่ทางมหาวิทยาลัยก็คิดว่าไม่น่าจะทันการเปิดรับนักศึกษาใหมาของปีการศึกษาหน้าอยู่ดี

ในช่วงที่ปัญหาขาดแคลนพยาบาลผดุงครรภ์กำลังเข้าขั้นวิกฤติ ซึ่งหนังสือพิมพ์ในนิวซีแลนด์บางฉบับถึงกับบอกว่าเป็น “ระเบิดเวลา” ของระบบสุขภาพของประเทศ คณะกรรมการสุขภาพของแต่ละเขตต่างก็พยายามหาทางรอดกัน เคาน์ตี้ มานูเกา ดูเหมือนจะเป็นเขตที่วิกฤติหนักที่สุด ในปี 2550 พบว่าอัตรากำลังพยาบาลผดุงครรภ์ในพื้นที่จำนวน 160 อัตรา กลายเป็นตำแหน่งว่างที่ไม่มีคนบรรจุเสียเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อัตราการคลอดบุตรสูงกว่าเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมาถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ลินดา วิลเลียมส์ ผู้ประสานงานสภาผู้บริโภคด้านการบริการการคลอดบุตร (Maternity Services Consumer Council) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของ New Zealand Herald ไว้ว่า “มันเป็นวิกฤติในระดับขั้นที่คุณไม่สามารถจินตนาการได้”

คณะกรรมการสุขภาพเขตเคาน์ตี้ มานูเกา ได้พยายามทุกทางที่จะจัดการคนที่มีอยู่ให้พอกับความต้องการ ทั้งการจ้างงานนอกเวลาพยาบาลผดุงครรภ์ในพื้นที่เอง หรือการจ้างพยาบาลผดุงครรภ์ต่างพื้นที่ให้มาทำพาร์ทไทม์ที่นี่ แต่ก็ยังไม่สามารถปิดช่องโหว่ของความต้องการได้ ถึงขั้นมีข่าวลือว่าโรงพยาบาลเคาน์ตี้ มานูกาอูจะปิดห้องคลอด จนสุดท้ายคณะกรรมการสุขภาพเขตพยายามนำเข้าพยาบาลผดุงครรภ์จากประเทศฟิลิปปินส์

ในช่วงเวลาเดียวกันสื่อในประเทศฟิลิปปินส์ก็ได้ ให้ความสำคัญกับข่าวนี้ โดยมีรายงานข่าวในลักษณะว่าทั้ง 2 ประเทศ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงการส่งออกพยาบาลในระดับรัฐต่อรัฐ อย่างไรก็ดีไม่พบว่ามีความคืบหน้าของการทำข้อตกลง

ระหว่างนี้คงต้องคอยติดตามกันดูว่าวิกฤติขาดแคลนพยาบาลผดุงครรภ์ของนิวซีแลนด์ครั้งนี้จะได้รับการคลี่คลายไปอย่างไร และความขัดแย้งระหว่างสถานบันการผลิตกับสถาบันคุมคุณภาพจะลงเอยเช่นไร และจะมีบทเรียนใดให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านกำลังคนด้านสุขภาพของประเทศอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทยของเราได้เรียนรู้กันบ้าง

มองรอบโลก โดยแม่พลอย

เผยแพร่ครั้งแรก ผีเสื้อขยับปีก เล่มที่ 12


แหล่งข้อมูล: “รพ. ในนิวซีแลนด์ใช้บัตรกำนัลล่อคนไข้ให้กลับบ้านเร็วหลังคลอด” กรุงเทพธุรกิจ, 30 พฤศจิกายน 2552