พยาบาลฟิลิปปินส์ ทัพหน้ารับมือโควิดในอเมริกา

Home / E-MAGAZINE / พยาบาลฟิลิปปินส์ ทัพหน้ารับมือโควิดในอเมริกา
พยาบาลฟิลิปปินส์ ทัพหน้ารับมือโควิดในอเมริกา

เมื่อไม่นานมานี้มีตัวเลขจากสหภาพพยาบาลแห่งชาติอเมริกา (National Nurse United) เปิดเผยออกมาว่า 24% ของพยาบาลที่เสียชีวิตเพราะโควิด – 19 ในอเมริกา เป็นพยาบาลชาวฟิลิปปินส์ ทั้งๆ ที่พยาบาลฟิลิปปินส์มีเพียง 4% ของพยาบาลวิชาชีพทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนในอเมริกา

ตัวเลขนี้สร้างความตระหนกให้กับเหล่าพยาบาลฟิลิปปินส์ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปเป็นพยาบาลที่อเมริกาอย่างยิ่ง เพราะหมายความว่าพวกเธอถูกผลักให้ต้องเป็นทัพหน้าของระบบสุขภาพอเมริกาในการรับมือกับโควิดในช่วงเวลาที่ระบบสุขภาพอเมริกาขาดแคลนอุปกรณ์ให้บุคลากรป้องกันตัว

“ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง พวกเราเป็นพยาบาล เราขึ้นทะเบียนที่นี่เพื่อดูแลคนไข้  ไม่มีใครลงชื่อเพื่อจะมาตาย” Zenei Cortez พยาบาลและนักเคลื่อนไหวชาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานในอเมริกามานานกล่าว เธอเคยได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานสมาคมพยาบาลแคลิฟอร์เนียในปี 2007 เป็นพยาบาลฟิลิปปินส์คนแรกที่มีตำแหน่งในองค์กรทางวิชาชีพในอเมริกา ตำแหน่งใหญ่สุดที่เคยได้รับการเลือกตั้งคือประธานสหภาพพยาบาลแห่งชาติอเมริกา สหภาพพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา

“มันเศร้าใจมาก ฉันยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่เลย เพราะความตายของพยาบาลเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ Cortez กล่าว

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดพยาบาลฟิลิปปินส์ถูกบังคับให้ต้องดูแลผู้ป่วยโควิด มีรายงานว่าแม้แต่พยาบาลที่อายุ 64 ปีแล้ว ยังต้องลงวอร์ดที่มีผู้ติดเชื้อ โดยมีเพียงหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พยาบาลฟิลิปปินส์ต้องเป็นแนวหน้าของระบบสุขภาพในอเมริกาในระหว่างเกิดโรคระบาด นับตั้งแต่อเมริกาเข้าครอบครองฟิลิปปินส์เป็นอาณานิคม ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ระบบสุขภาพของอเมริกาก็พึ่งพิงพยาบาลฟิลิปปินส์มาตลอด ปี 1948 อเมริกาเริ่มโครงการ Exchange Visitor Program เพื่อเชิญชวนชาวต่างชาติให้มาเรียนและอยุ่ทำงานชั่วคราวในอเมริกา เป็นเวลานานสุด 2 ปี ในช่วงนั้นระบบบริการสุขภาพของอเมิรกากำลังมีปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก โรงพยาบาลต่างๆ จึงใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ การอพยพของพยาบาลฟิลิปปินส์ไปอเมริกาเริ่มเกิดขึ้นจริงจังภายหลังอเมริกาตราพระราชบัญญัติ Immigration and Nationality Act ในปี 1965 พยาบาลฟิลิปปินส์กลายเป็นสินค้าออกที่สำคัญที่รัฐบาลส่งไปอเมริกาตั้งแต่ปี 1972 เมื่อประธานาธิบดีมาร์กอสแห่งฟิลิปปินส์ดำเนินนโยบายส่งออกแรงงาน

“ในแต่ละปีมีพยาบาลฟิลิปปินส์สำเร็จการศึกษาหลายพันคน ส่วนใหญ่จะเดินทางมาทำงานที่อมริกาเลย หรือไม่ก็ไปตะวันออกกลาง ยุโรฟ และออสเตรเลีย” Claire Valderama-Wallace พยาบาลชาวฟิลิปปินส์ ที่ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนด้านการพยาบาลที่ Cal State East Bay กล่าว

“บรรดาโรงพยาบาลในอเมริกาต้องการพยาบาลจากฟิลิปปินส์เป็นพิเศษ เพราะที่ฟิลิปปินส์สอนพยาบาลโดยใช้หลักสูตรของอเมริกา และยังเก่งภาษาอังกฤษเพราะระบบการศึกษาถูกครอบงำด้วยระบบอเมริกา” Ceniza Choy อาจารย์ด้านชาติพันธุ์ศึกษา แห่ง UC Berkeley และผู้เขียนหนังสือเรื่อง Empire of Care: Nursing and Migration in Filipino American History กล่าวกับนิตยสารไทม์

แม้เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วพยาบาลจากฟิลิปปินส์จะมีเพียง 4% ของพยาบาลในระบบสุขภาพของอเมริกา แต่พยาบาลฟิลิปปินส์ก็เป็นกำลังสำคัญมาตลอด โดยเฉพาะในเวลาที่เกิดภัยฉุกเฉินด้านสุขภาพ มีรายงานว่าในช่วงทศวรรษ 1980 ที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ พยาบาลสัญชาติอเมริกันพากันปฏิเสธให้การดูแลผู้ติดเชื้อ ช่วงนั้นเองที่พยาลจากฟิลิปปินส์เดินอพยพสู่อเมริกาอย่างมหาศาล เพื่อเข้ามาปิดช่องโหว่ของระบบสุขภาพตรงนี้ พยาบาลฟิลิปปินส์ต้องทำงานภายใต้การถูกเอารัดเอาเปรียบ ทั้งการถูกกดค่าแรง หลายคนเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายกลายเป็นจุดอ่อนของตนเองให้ถูกเอาเปรียบ ไม่มีกฎหมายให้ความคุ้มครอง ปัจจุบันพยาบาลต่างประเทศโดยเฉพาะฟิลิปปินส์จะถูกส่งไปทำงานในโรงพยาบาลที่ขาดแคลนบุคลากรและทรัพยากรที่จำเป็น เช่นอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ทำให้พวกเขาต้องทำงานภายใต้ความเสี่ยง

“คนอื่นคงหันหลังให้แล้ว เพราะกลัวและไม่อยากทำ แต่พยาบาลฟิลิปปินส์เราเผชิญหน้ากับมันจนจบ” Castor กล่าว “แม้เจอโควิด เราก็ยังคงให้บริการเพราะงานพยาบาลคือชีวิตจิตใจของเรา”

 

เรื่อง เพ็ญนภา  หงษ์ทอง

 

แหล่งข้อมูล

https://time.com/6051754/history-filipino-nurses-us/

https://abc7news.com/filipino-americans-nurses-covid-deaths-nurse-sacrifices-registered-dead-from/10557478/