มติ อ.ก.พ. สธ. ให้บรรจุข้าราชการยุคโควิด พร้อมกันรอบเดียว หลังกลุ่มที่จะได้รับการบรรจุรอบสามร้องเรียนกลัวตกหล่น ไม่ได้รับการบรรจุ

Home / บทความทั้งหมด / มติ อ.ก.พ. สธ. ให้บรรจุข้าราชการยุคโควิด พร้อมกันรอบเดียว หลังกลุ่มที่จะได้รับการบรรจุรอบสามร้องเรียนกลัวตกหล่น ไม่ได้รับการบรรจุ
มติ อ.ก.พ. สธ. ให้บรรจุข้าราชการยุคโควิด พร้อมกันรอบเดียว หลังกลุ่มที่จะได้รับการบรรจุรอบสามร้องเรียนกลัวตกหล่น ไม่ได้รับการบรรจุ

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 ที่ประชุม อ.ก.พ. สธ.  ได้ประชุมเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาการบรรจุข้าราชการที่ได้รับอนุมัตจากคณะรัฐมนตรีให้บรรจุเป็นกรณีพิเศษจำนวนว่า 45,684 ตำแหน่ง

ทั้งนี้พบว่ามีปัญหาในการบรรจุหลายประการ เช่น รายชื่อตกหล่น การทำข้อมูลตำแหน่งปฏิบัติงานเคลาดเคลื่อนตั้งแต่แรก และมีการแบ่งบรรจุเป็น 3 รอบจนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กังวลว่าจะไม่ทัน และอาจตกหล่นอีก โดยการประชุมรอบนี้ได้พิจารณาหลักเกณฑ์การบรรจุข้าราชการตามที่ ครม. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) และคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) กำหนด ให้กับบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่หน้างาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานโควิด 19

ผลลการประชุมซึ่งมีนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน สรุปได้ว่าการบรรจุจะปรับการบรรจุเป็น 2 รอบ โดยบรรจุรอบแรกในวันที่ 29 มิถุนายน 2563 และบรรจุให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานโรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรอบต่อไปในเดือนกันยายน 2563 นายสาธิตให้เหตุผลว่ามีเงินเหลือจ่ายเพียงพอ จึงสามารถบรรจุรอบสองและรอบสามพร้อมกันได้แทนกำหนดเดิมที่ต้องแบ่งเป็น 3 รอบเพื่อรองบประมาณปี 2564 ในส่วนปัญหาการบรรจุที่มีตำแหน่งแต่ไม่มีตัวตนนั้น ที่ประชุมมีมติให้ ปรับเกณฑ์ใหม่โดยพิจารณาภายใต้หลักการ 2 ข้อ คือ ผู้ปฏิบัติหน้างานกับผู้สนับสนุน ทั้งนี้ต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานโควิด 19 ด้วย

“ส่วนแต่ละกลุ่มสาขาวิชาชีพ หากไม่ได้อยู่ในสายงาน 24 สายงานตามมติครม. คงไม่ได้ และส่วนอื่นที่มีจำนวนมากกว่าอัตราที่มี ซึ่งหน่วยงานที่ดูแลจะไปจัดการ โดยจะดูเกณฑ์ประเมินจะเป็นในเชิงรายละเอียด โดย อ.ก.พ. สธ. จะพิจารณากรอบใหญ่ แต่ให้นโยบายชัดเจนว่า การได้รับการจัดสรรอัตราข้าราชการครั้งนี้ เราต้องการสนับสนุนคนที่ปฏิบัติหน้างานสถานการณ์โควิด และอยู่ในตำแหน่งการจ้างตามเกณฑ์ เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติ หลังจากนี้ก็จะดูว่า เมื่อบรรจุไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังมีขาดตกบางส่วน ก็ต้องมาดูในอัตราที่เราได้แต่ละปีหรือกรอบ FTE ที่ได้ เพื่อดึงแต่ละส่วนเข้ามาให้ได้มากที่สุดตามกฎกติกาของก.พ.” รมช.สธ. กล่าว

ข้อมูลจาก www.hfocus.org