หลากหลายมาตรการการลดความแออัดของโรงพยาบาลในประเทศจีน

Home / บทความทั้งหมด / E-MAGAZINE / หลากหลายมาตรการการลดความแออัดของโรงพยาบาลในประเทศจีน
หลากหลายมาตรการการลดความแออัดของโรงพยาบาลในประเทศจีน

ภาพจาก China Xinhua News https://twitter.com/xhnews/status/705230626279055360

โดย แม่พลอย

ปัญหาความแออัดในโรงพยาบาลเป็นปัญหาคลาสสิกประการหนึ่งที่ท้าทายผู้บริหารระบบบริการสุขภาพทุกยุคทุกสมัย และแน่นอนว่าไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ต้องประสบกับปัญหานี้  หากทุกประเทศทั่วโลกต่างต้องหามาตรการมารับมือด้วยกันทั้งนั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับริการที่มีคุณภาพ ขณะดียวกันก็ลดภาระงานของกำลังคนด้านสุขภาพ

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของบ้านเรากำลังเร่งหามาตรการร่วมมือกับร้านขายยาเพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาล เราลองไปดูว่าที่ประเทศจีนซึ่งประชากรหนาแน่นกว่าบ้านเราหลายเท่ามากเขารับมือกับปัญหานี้กันอย่างไร ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจสาเหตุของปัญหาก่อน ที่จีนปัญหาการรอคิวนานเกิดขึ้นใน 3 จุดบริการ จุดแรกคือการรับลงทะเบียนผู้ป่วย ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ไม่ใช้ระบบนัดแต่ให้บริการด้วยระบบ walk in ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการผู้ป่วยที่เข้ามาได้ จุดที่สองที่พบปัญหานี้คือการรอเวลาเพื่อพบแพทย์ ซึ่งเป็นผลของการมีจำนวนแพทย์ไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย แม้จะมีการผลิตแพทย์และเปิดโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้นแต่จำนวนผู้ป่วยที่ต้องการใช้บริการก็เพิ่มมากขึ้น มีตัวเลขแสดงให้เห็นว่าจำนวนโรงพยาบาลระดับตติยภูมิเพิ่มขึ้นจาก 946 แห่ง ในปี 2005 เป็น 1972 แห่งในปี 2015 แต่จำนวนผู้ป่วยนอกก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวจาก 397 ล้านคน ในปี 2005 เป็น 1,500 ล้านคนในปี 2015 นอกจากนี้ยังพบว่าปัญหานี้เกิดจากแพทย์เข้าเวรตรวจสาย และจุดที่ 3 คือ การรอรับยา ซึงที่จีนใช้ระบบห้องยาเหมือนที่บ้านเรา

โรงพยาบาลระดับทุติยภูมิหลายแห่งนำมาตรการเพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลมาใช้อย่างเป็นระบบ เช่น การนำระบบนัดผู้ป่วยนอกมาใช้ ซึ่งก็ยังพบปัญหาผู้ป่วยมาสายกว่าเวลานัด จึงได้มีการกำหนดมาตรการเพิ่มว่าหากมาสายกว่าเวลานัดเกิน 15 นาที ต้องทำนัดใหม่ ไม่ได้พบแพทย์ในวันนั้น การลงเวลานัดทำผ่านระบบ application ที่โรงพยาบาลแนะนำให้ผู้ป่วยดาวน์โหลดไว้ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีการคำนวณเวลานัดให้ถูกต้องใกล้เคียงกับการจะได้รับการตรวจมากยิ่งขึ้น, กำหนดมาตรการเข้มงวดกับแพทย์ให้มากขึ้น เช่น มีระบบเตือนแพทย์ก่อนถึงเวลาเวร การตำหนิในที่ประชุมแพทย์ ไปจนถึงการตัดเงินเมื่อลงตรวจสาย เพิ่มจำนวนพนักงานในห้องยาให้มากขึ้นโดยเฉพาะช่วงเวลาที่พบว่ามีผู้ป่วยรอรับยามากเป็นพิเศษ คือระหว่างเวลา 12.00 – 14.30 น. และหลังเวลา 17.30 น. มีการนำจอ LED มาใช้ เพื่อให้ผู้ป่วยติดตามคิวของตัวเองในการรับยา ซึ่งโรงพยาบาลส่วนใหญ่ในบ้านเราใช้กันอยู่ นอกจากนี้มีการส่งข้อมูลอัพเดทให้ผู้ป่วยรู้สถานการณ์การรอคิวของตนเองเป็นระยะผ่านทาง application เพื่อให้สามารถจัดการเวลาตัวเองในบ้านเรา เรื่อง application นี่ยังถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับบ้านเรา มีโรงพยาบาลจำนวนไม่กี่แห่งที่ร่วมมือกับ startup ด้านสุขภาพใช้เทคโนโลยีนี้

มีการทำวิจัยเพื่อติดตามผลของมาตรการดังกล่าว และพบว่าเมื่อดำเนินมาตรการต่างๆ รวมกัน สามารถลดปัญหาการรอคิวในโรงพยาบาลได้อย่างน่าพอใจ โดยผลการศึกษาของนักวิจัยกลุ่มหนึ่งซึ่งเก็บข้อมูลการรอคิวที่โรงพยาบาล Fujian ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ด้วย มีรายละเอียดการเก็บข้อมูลดังนี้ การรอคิวพบแพทย์ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2014 – 28 กุมภาพันธ์ 2017 และการรอรับยาระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2015 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2017 ผลการศึกษาพบว่าการรอพบแพทย์จากที่ก่อนหน้านี้เคยใช้เวลารอโดยเฉลี่ย 20.88 – 23.92 นาที เป็น 15.83-20.32 นาที และการรอรับยาลดลงจาก 24.91-42.52 นาที มาอยู่ที่ 14.99-28.77 นาที ซึ่งเมื่อสำรวจความพึงพอใจของผู้ป่วยในส่วนนี้พบว่าพึงพอใจมาก มีการเตรียมการที่จะขยายมาตรการการลดความแออัดในลักษณะนี้ให้ครอบคลุมโรงพยาบาลตติยภูมิทุกแห่งในจีน

 

แหล่งข้อมูล

https://bmcpublichealth.biomedcentral.com/articles/10.1186/s12889-017-4667-z