ปัญหาการขาดแคลนแพทย์แผนไทยกับใบประกอบโรคศิลปะ

Home / บทความทั้งหมด / E-MAGAZINE / ปัญหาการขาดแคลนแพทย์แผนไทยกับใบประกอบโรคศิลปะ
ปัญหาการขาดแคลนแพทย์แผนไทยกับใบประกอบโรคศิลปะ

แพทย์แผนไทยและสุขภาพทางเลือก เป็นกระแสการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติมากขึ้นตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้บุคลากรที่ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยเป็นที่ต้องการอย่างมากในวงการสุขภาพไทย อย่างไรก็ดีจากการศึกษาของ นพ.ฑิณกร โนรี แห่งสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ พบว่าศักยภาพในการผลิตบุคลากรด้านนี้ของประเทศยังไม่ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้แม้จะมีจำนวนสถานศึกษาที่ผลิตบุคลากรด้านแพทย์แผนไทยเพิ่มมากขึ้น แต่กลับพบว่าสถานศึกษาเหล่านั้นส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพที่ทำหน้าที่ในการดูแลมาตรฐานหลักสูตร ทำให้บุคลากรด้านแพทย์แผนไทยจำนวนมากที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถานบริการของรัฐและเอกชนไม่สามารถเข้ารับการสอบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ทั้งในสาขาแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ได้

จากฐานข้อมูลกำลังคนด้านการแพทย์แผนไทย พบว่าตั้งแต่ปี 2500-2548 มีผู้ขึ้นทะเบียนประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยทั้ง 4 สาขา คือ เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย การผดุงครรภ์ไทย และการนวดไทย รวม 14,845 คน และมีผู้ขึ้นทะเบียนการแพทย์แผนไทยประยุกต์ รวม 473 คน อย่างไรก็ดีจากการสำรวจในเดือนมิถุนายน 2550 พบว่ามีผู้ประกอบวิชาชีพด้านแพทย์แผนไทยในสถานบริการของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขรวมทั้งสิ้นเพียง 3,529 คน และในจำนวนนี้มีเพียง 261 คนเท่านั้นที่มีใบประกอบโรคศิลปะ ที่เหลือที่ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะพบว่าส่วนใหญ่คือ 3,041 คนเป็นผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรระยะสั้นเท่านั้น ส่วนอีก 227 คน แม้จะสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแต่ก็ไม่สามารถขึ้นทะเบียนวิชาชีพได้เนื่องจากสำเร็จการศึกษาจากสถาบันที่ไม่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขาแพทย์แผนไทย

ปัจจุบันแม้จะมีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรแพทย์แผนไทย และแพทย์แผนไทยประยุกต์ ทั้งในระดับอนุปริญญาจนถึงปริญญาตรีรวม 16 สถาบัน ส่วนใหญ่จะเป็นการสอนในคณะเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น คณะแพทย์ศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ แต่พบว่ามีเพียง 5 สถาบันเท่านั้นที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพ ทำให้นักศึกษาที่จบหลักสูตรส่วนใหญ่ไม่สามารถสอบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาแพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนไทยประยุกต์ได้ ซึ่ง นพ.ฑิณกร ได้เสนอไว้ในรายงานการศึกษา “การวางแผนความต้องการผู้ให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย ของสถานบริการภาครัฐในทศวรรษหน้า (ปี 2551-2560) ว่า ควรต้องมีเร่งการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบันต่างๆ เพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการและการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพ เพื่อให้บุคลากรที่จะจบออกมามีคุณภาพได้มาตรฐานและสามารถขึ้นทะเบียนได้ ในส่วนของกำลังคนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ แต่ยังไม่สามารถสอบใบประกอบโรคศิลปะได้ ก็ควรให้มีการพัฒนาปรับวุฒิการศึกษา เพื่อให้สามารถมีคุณสมบัติสอบขึ้นทะเบียนได้

นอกจากนี้เพื่อแก้ปัญหาสมองไหลของบุคลากรด้านแพทย์แผนไทย ที่พบว่าส่วนน้อยของผู้ที่สอบได้ใบประกอบโรคศิลปะจะปฏิบัติงานในโรงพยาบาลของรัฐ นพ.ฑิณกร เสนอว่ากระทรวงสาธารณสุขควรกำหนดตำแหน่ง “นายแพทย์แผนไทย” และ”ผู้ช่วยนายแพทย์แผนไทย” ให้เป็นตำแหน่งข้าราชการ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรที่คุณภาพอยากทำงานในสถานพยาบาลของรัฐ

ปัจจุบันนี้พบว่าบุคลากรด้านแพทย์แผนไทยที่ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ ส่วนใหญ่จะปฏิบัติงานอยู่ที่สถานีอนามัย โดยเฉลี่ยพบว่าทุกๆ 35 คน ของผู้ที่ประกอบวิชาชีพด้านแพทย์แผนไทยในสถานีอนามัย จะมีผู้ที่มีใบประกอบโรคศิลปะสาขาแพทย์แผนไทยเพียง 1 คนเท่านั้น

โดย นพ. ฑิณกร ได้คาดการณ์ความต้องการบุคลากรด้านแพทย์แผนไทยในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า (2551-2560) โดยพิจารณากรอบอัตรากำลัง ร่วมกับจำนวนสถานบริการของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ว่ามีความต้องการนายแพทย์แผนไทย 10,789 คน และผู้ช่วยที่ได้รับมอบหมายให้ประกอบโรคศิลปะจำนวน 22,378 คน โดยพบว่าจะใช้เวลาพัฒนากำลังคนให้เต็มกรอบได้อยู่ที่ 10-24 ปี โดยจะต้องสามารถผลิตนายแพทย์แผนไทยให้ได้ 324 – 1,080 คนต่อปี และผู้ช่วยที่ได้รับมอบหมายให้ประกอบโรคศิลปะ 671 – 2,238 คนต่อปี นับถึงปี 2550 สถาบันต่างๆ ผลิตนักศึกษาไปปฏิบัติวิชาชีพแล้วรวม 1,987 คน อยู่ระหว่างการศึกษา 2,818 คน

จากห้องวิจัย โดยกองบรรณาธิการผีเสื้อขยับปีก

เผยแพร่ครั้งแรก ผีเสื้อขยับปีก เล่มที่ 5


  • รายงานการศึกษาการวางแผนความต้องการผู้ให้บริการด้านแพทย์แผนไทย ของสถานบริการภาครัฐในทศวรรษหน้า (ปี 2551-2560)
  • โดย นพ.ฑิณกร โนรี สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
  • ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการสำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ (สวค.)