Long Term Care ในมุมมอง อปท.

Home / บทความทั้งหมด / E-MAGAZINE / Long Term Care ในมุมมอง อปท.
Long Term Care ในมุมมอง อปท.

การพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคมไทยถูกขับเคลื่อนไปภายใต้นิยามสั้นๆ “ไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง” ผ่านทางกองทุนต่างๆ ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งจะสำเร็จได้จำเป็นต้องอาศัยกลไกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ที่ผ่านมามีทั้ง อปท. ที่ให้ความร่วมมือดี อปท. ที่กลัวๆ กล้า และเพราะเกรงเรื่องการตรวจสอบการใช้เงินเนื่องจากระเบียบการเบิกจ่ายของ สปสช. ไม่สอดคล้องกับระเบียบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น  และ อปท. ที่ไม่สนใจงานด้านนี้เลย ด้วยยังคงมองไม่เห็นความสำคัญ ทำให้มีเงินของกองทุนหลักประกันสุขภาพที่ต้องเบิกจ่ายในระดับท้องถิ่นค้างท่อหรือรอการเบิกจ่ายสะสมหลักหลายพันล้านบาท กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการติดบ้านติดเตียง ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างสำคัญ ผีเสื้อขยับปีก ฉบับนี้พาทุกท่านไปสนทนากับ ปัญญา ศรีทองสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคูหา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา อปท. ที่ไม่เพียงผลักดันงานคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ แต่ยังช่วยสร้างกำลังคนเข้ามาในระบบบริการสุขภาพเพื่อผู้ติดบ้านติดเตียง

 

อบต. คูหา เป็นท้องถิ่นแรกๆ ของสงขลาที่ดำเนินโครงการกองทุนเพื่อผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลระยะยาว (LTC) ที่ต้องขับเคลื่อนผ่าน อปท. อยากให้ท่านนายกฯ พูดถึงมุมมองในฐานะผู้นำท้องถิ่นต่อโครงการนี้

ต้องบอกว่าตำบลเรามีกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลที่ สปสช. กับท้องถิ่นร่วมกันอยู่แล้ว และเราก็ทำเรื่องของสุขภาพมาตลอด พอมีงบประมาณก้อนนี้มาจำเพาะเจาะจงให้ทำกับผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงอีก ผมมองว่าเป็นเรื่องดีที่มีงบโดยตรงมาสนับสนุนให้กิจกรรมนี้แยกต่างหากทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้น มีวัตถุประสงค์ชัดเจน

ไม่ได้มองว่าเป็นภาระงานที่เพิ่มขึ้นของท้องถิ่น

ไม่ครับ

แล้วสิ่งแรกที่ทำหลังรู้ว่าต้องดำเนินโครงการกองทุน LTC คืออะไร

สิ่งแรกที่ทำคือสร้างความเข้าใจให้ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนาทั้งพระสงฆ์และโต๊ะอิหม่าม ให้เขาเห็นว่า LTC คืออะไร และเรากำลังจะทำอะไรกับโครงการนี้ ต้องการสร้างความเข้าใจกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น สมาชิก อบต. และข้าราชการของเรา ส่วน รพ.สต. นี่คุยกันไม่นานเขาเข้าใจ นั่นคือสิ่งแรกที่ทำ หลังจากนั้นเป็นเรื่องของการเชิญอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการและจัดอบรมให้ตามหลักสูตรที่กำหนดไว้

หลายท้องถิ่นยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณของกองทุนนี้ ด้วยมองว่าระเบียบการเบิกจ่ายเงินของโครงการยังไม่ชัดเจน เกรงว่าจะถูกตรวจสอบจาก สตง. ของ อบต. คูหา ได้พูดคุยกันเรื่องนี้ไหมคะ

ทุกโครงการที่เราทำตั้งแต่โครงการหลักประกันสุขภาพตำบล เรามีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการก่อนอนุมัติเงิน คณะกรรมการนี้ประกอบด้วย ปลัด อบต. ผู้อำนวยการกองคลัง ผู้แทนสำนักงานปลัดฯ  ผม และผู้แทน รพ.สต. รวมถึงผู้แทนโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ช่วยกันกลั่นกรองโครงการนี้ก่อนจะอนุมัติจ่ายหรือไม่จ่าย ทุกคนได้รับการอบรมจาก สปสช. มาแล้ว และที่สำคัญถ้าไม่ได้ทำเรื่องของการทุจริต ไม่นำเงินไปจ่ายผิด มันก็ไม่น่ามีอะไรที่ต้องวิตก

คณะกรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อไร

ผมเข้ามาเป็น นายก อบต. สมัยแรกปี 56 ตอนนั้นกองทุนหลักประกันสุภาพตำบลเป็นโครงการที่เงินออกยากเหลือเกิน มีเงินค้างท่ออยู่เยอะ จะทำกันเฉพาะ อบต. กับ รพ.สต  เพราะผู้ที่ขอทุนส่วนใหญ่จะเป็น รพ.สต.  เลยมาคิดกันว่ามันไม่น่าจะมีหน่วยงานเดียวที่ใช้เงินก้อนนี้ เลยเกิดการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อคิดโครงการภายใต้กองทุนนี้ ในพื้นที่เรามีภาคีมากมายที่สามารถใช้ประโยชน์จากกองทุนนี้ได้ ทั้งชมรมผู้สูงอายุ สภาเด็กและเยาวชน เราอยากให้เขาให้มีส่วนร่วมกับกองทุน เข้ามาขอเงินจากกองทุนนี้ แต่พอหลายภาคส่วนมาขอก็เกิดความเสี่ยงว่าจะตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ จะผิดระเบียบ สปสช. หรือไม่ นี่คือที่มาของการตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการซึ่งตั้งขึ้นตั้งแต่ปีแรกที่ผมเข้ามา

เลยมีความกล้าใช้เงินมากขึ้น พอ LTC มาก็สามารถดำเนินโครงการได้เลย ภายใต้โครงสร้างเดิม

ใช่ครับ

หลายท้องถิ่นไม่ค่อยอยากทำ เพราะมองว่าเป็นงานของกระทรวงสาธารณสุข และมีการมองว่าจะเกิดปัญหาเรื่องความไม่ชัดเจนในการเบิกจ่ายเงิน ท่านนายกฯ มองประเด็นนี้อย่างไรคะ

มี 2 มุมมอง สร้างระเบียบหรือเอาระเบียบมาให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน หรือจะฝ่าฟันระเบียบไปด้วยความพยายาม แล้วแต่มุมมอง ผมคิดว่าผู้บริหารท้องถิ่นส่วนหนึ่งอาจมีประสบการณ์มีแบคกราวด์ แตกต่างกัน คนที่มีประสบการณ์การพัฒนาชนบท เห็นภาพกว้างว่าการพัฒนาต้องมีทุกมิติ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่การพัฒนาต้องมีมุมมองเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วย ผมคิดว่าไม่มีอะไรน่ากลัว สามารถล้อกันได้ คิดว่าอยู่กับความถนัด หากตัวนายกฯ ผู้บริหาร ไม่ค่อยมั่นใจ กล้าๆ กลัวๆ ลูกน้อง ทีมข้าราชการตั้งแต่ปลัดฯ ผอ. คลัง ก็จะเกิดความวิตก ความกลัวไปด้วย สองส่วน หากผู้บริหารมีความมั่นใจ มีจุดยืน เรียนรู้จริง ผลักดันให้ทีมข้างในตั้งแต่ปลัดฯ รองปลัดฯ มีโลกทัศน์ที่เข้าใจงานถ่องแท้ ไปเรียนรู้งานที่อื่น ผมว่าก็จะไปได้ หากราชการซึ่งคือลูกน้องเรามีความรู้สึกว่าเอางานทำไม ตอนนี้งานหน้าตักก็มีพอสมควรแล้ว อันนี้จะทำงานลำบาก ผมคิดว่าที่เขาไม่ค่อยทำกันน่าจะเพราะเหตุผลนี้มากกว่า

ข้าราชการของ  อบต. คูหา เคยมองงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นภาระหรือไม่

แต่ก่อนอาจจะมี แต่ปัจุบันเราผลักกัน ดึงกันให้กำลังใจกัน เราพาเขาไปดูสิ่งที่ประสบความสำเร็จ ผมเห็นทุกคนร่วมมือร่วมใจ ในการจะทำสิ่งนี้ให้ดีขึ้นมากๆ ประกอบกับตอนหลังเราจับมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ผลักดันให้เราเป็นแม่ข่าย เรื่องสุขภาพ และได้มีโอกาสไปดูงานในพื้นที่ทำงานของ สสส. เขาก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องที่น่าจะทำและต้องทำด้วย บุคลากรทุกคนตอนนี้ผมว่ามีจุดยืนที่คล้ายกับตัวผู้บริหารคือตัวผมเอง

ถือเป็นท้องถิ่นที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชนมากเลยนะคะ

แน่นอนครับ ผมว่า     แรกๆ ทุก อปท. ก็จะทำเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี ไม่มีขยะ แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง เรื่องเหล่านี้เราทำได้ค่อนข้างดี พี่น้องสามารถมีวิถีชีวิตด้วยความสะดวกสบาย งบประมาณที่ก็ควรจะได้รับการจัดสรรไปเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตราบที่ถนนดีแต่คุณภาพชีวิตแย่ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก       ตอนนี้ไฟฟ้าดี น้ำไหลแล้ว ก็ต้องหันมาเรื่องคุณภาพของคน มีสุขภาพดีตั้งแต่ก่อนท้อง ระหว่างท้อง เกิดมาแล้วต้องได้เข้าไปอยู่ในศูนย์การเรียนที่มีเนื้อหาการเรียนการสอนเหมาะสม  เราต้องดูทุกช่วงอายุ ทิศทางของ อปท. คงต้องเป็นอย่างนี้

ท่านนายกฯ เคยทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพมาก่อนหรือไม่คะ

งานนายก อบต. นี่เป็นงานที่ 12 ในชีวิตผมแล้ว ถ้าเกี่ยวข้องกับงานด้านสาธารณสุขผมเคยทำงานกับกระทรวงสาธารณสุขในนามของมูลนิธิพัฒนาคุณภาพชีวิต ตอนนั้น นพ.วิฑูร แสงสิงแก้ว เป็นอธิบดีกรมการแพทย์ ผมทำเรื่องโครงการป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มผู้ขับรถสิบล้อ และกลุ่มกรรมกรก่อสร้าง เป็นมูลนิธิของกระทรวงสาธารณสุข ผมเข้าไปเป็นผู้จัดการมูลนิธิ ในกลุ่มผู้ขับรถ 10 ล้อนี่ผมพาเจ้าหน้าที่ไปแถวแก่งคอย ที่โรงงานปูนซีเมนต์ ซึ่งคนขับสิบล้อกว่าจะได้ขึ้นปูนต้องไปนอนเข้าคิวเป็นคืนสองคืน ในช่วงเข้าคิวจะมีเปลผู้ใต้ท้องรถและมีพฤติกรรมเสี่ยงพอสมควร รวมทั้งคนงานก่อสร้าง ตอนที่เดอะมอลล์ บางแค กำลังก่อสร้างก็จะมีคนงานที่เป็นวัยรุ่นซึ่งมีพฤติกรรมเสี่ยงเราก็จะไปให้คำปรึกษาเขาอีกที และตัวผมเองก็จบด้านการพัฒนาสังคมมาด้วย ก็เลยชอบด้านนี้ ช่วยให้ตัวเองสามารถขับเคลื่อนงานตรงนี้ได้

แล้วมีความร่วมมือกับ อปท. อื่น โดยเฉพาะ อบจ. อย่างไรบ้าง ภาพของสงขลาที่ปรากฏสู่ภายนอกคืองานด้านคุณภาพชีวิตเข้มแข้งทั้งจังหวัด

ต้องชมเชย อบจ. สมัยที่ท่านนายก อบจ. คนก่อน ซึ่งตอนนี้ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคือท่านนิพนธ์ ปุญญามณี ท่านขับเคลื่อนทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ท่านให้ความสำคัญตั้งแต่การแพทย์ฉุกเฉิน สามารถทำให้ อปท. ของสงขลาซี่งมี 141 แห่งทำเรื่องแพทย์ฉุกเฉินได้ถึง 98% คือเล่นเรื่องนี้ทั้งหมด สามารถช่วยชีวิตพี่น้องประชาชนได้ดีมากๆ สามารถรักษาคุณภาพชีวิตคนที่อาจกลายเป็นคนนอนติดบ้านติดเตียงได้เยอะ หลังจากนั้นท้องถิ่นเราก็มาให้ความสำคัญกับเรื่องกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพ ซึ่งผมเข้าไปเป็นกรรมการส่วนนี้ด้วยเลยอาจได้เปรียบนิดนึง ผมสามารถดึงศักยภาพของทีม อบจ. ดึงงบประมาณมาลงในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้  และนำสู่การพัฒนาตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่เรียกว่าศูนย์ศร้างสุขขึ้นได้ในตำบล โดย อบจ. เลือกให้ตำบลคูหาเป็นหนึ่งในตำบลนำร่อง เราได้ไปดูการทำงานของพื้นที่อื่นๆ ทั้งศูนย์โฮมสุข ที่กาฬสินธุ์ หรือหนองบัวลำภู มาแล้วเรามาปรับใช้ในงานของสงขลา นี่คือศักยภาพของ อบจ. เขาทำได้ดีมาก บุคลากรที่รับผิดชอบการทำงานสาธารณสุขของ อบจ. ล้วนแต่มืออาชีพ ส่วนใหญ่ย้ายมาจากกระทรวงสาธารณสุข เป็นพยาบาล  เป็นนักวิชาการสาธารณสุข  เป็นวิชาชีพในการให้บริการสุขภาพทั้งนั้น

อยากให้ท่านนายกฯ ขยายความศูนย์สร้างสุขสักหน่อยค่ะ

เป็นศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ โดย อบจ. ให้งบประมาณส่วนหนึ่งมาปรับปรุงพัฒนาอาคารเก่าให้เป็ฯที่ทำการศูนย์ฯ แต่งบที่ให้มา 350,000 บาท ไม่เพียงพอ  อบต. เลยของบประมาณจากสภาของเราเองจัดสรรเงินอีกก้อนหนึ่งประมาณ 5 แสนบาท ลงไปร่วมกัน ทำอาคารที่ทำการและซื้ออุปกรณ์ เป้าหมายคือต่อไปนี้ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับกายภาพบำบัดที่ รพ. สะบ้าย้อยไม่ต้องนั่งรถไปสิบกว่ากิโล แต่สามารถมารับริการที่ศูนย์สร้างสุขได้ ศูนย์นี้อยู่ภายใต้การกำกับ  การให้คำแนะนำของ รพ. ซึ่งเรามีความร่วมือกันอย่างใกล้ชิด

ใครเป็นคนให้บริการ

มี อสม. ที่ไปรับการอบรมเป็นผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด 40 ชั่วโมงที่ รพ. สะบ้าย้อย หมุนเวียนกันมาอยู่ที่นี่ ทำงานลักษณะอาสาสมัครแต่ได้รับค่าตอบแทน โดย อบจ. เป็นคนจ่ายให้ ตอนเริ่มตั้งมี 6 ศูนย์ แต่ อบจ. กำลังขยายจำนวน ให้ครอบคลุมทุกตำบล

กลับมาที่เรื่อง LTC ของ อบต. คูหา เลือกดำเนินการโดยการทำสัญญากับกับ รพ.สต. หรือใช้การตั้งศุนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุขึ้นมาเองคะ

เราตั้งศูนย์ฯ ขึ้นมาเองครับ มันทำให้เราทำงานได้คล่องตัวง่ายกว่า แต่ต้องเรียนว่า อบต.คูหา กับ รพสต. ซึ่งมีอยู่ 2 แห่งเราทำงานใกล้ชิดกันมากๆ แทบจะเป็นเนื้อเดียวกันเลย

ทำไมเลือกตั้งศูนย์เอง ไม่เลือกโอนเงินผ่าน รพ.สต.

การมีศูนย์ฯ เหมือนกับเป็นเครื่องมือในการทำงานได้โดยไม่ต้องรอหน่วยงานข้างนอก  ผมคิดว่าผู้บริหารท้องถิ่นที่มีวิสัยทัศน์ด้านนี้และอยากเป็นผู้บริหารท้องถิ่นอีกยาว โดยที่ไม่ไม่อยากมาเสียเงินเสียทองในการลงเลือกตั้งเพื่อให้ชาวบ้านได้เลือกตัวเองโดยมีแรงจูงใจอย่างอื่น ผมว่านี่คือเครื่องมืออย่างดีในการเข้าไปใกล้ชิด  และได้ช่วยชาวบ้านอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากได้ช่วยแล้ว ได้บุญแล้ว ยังได้เสียงด้วย

อันนี้สำคัญนะคะ

(หัวเราะ) ครับ ได้เสียงด้วย นอกจากครอบครัวที่เราลงพื้นที่แล้ว ยังบ้านข้างๆ อีก เขาเห็นเขาก็ชื่นชมสรรเสริญว่า อบต. เราทำทุกเรื่องเลยจริงๆ และที่สำคัญคือ ผมเองมีกิจกรรมทุกวันพระ  คือโครงการ ชาววัดเยี่ยมชาวบ้าน เป็นการพาคนที่มาทำบุญมาเยี่ยมชาวบ้าน ผมนี่ถ้าไม่ติดภารกิจที่ไหนทุกวันพระจะไปทำบุญที่วัด หลังจากนัดกันก็จะเอารถออกไปแจกของ ในช่วงแรก พิธีพระตอนเช้าเจ้าอาวาสก็จะประกาศเชิญชวนคนร่วมทำบุญ พอถึงเวลาก็ออกไปแจกชาวบ้านร่วมกัน นอกจากเงินแล้วท่านเจ้าอาวาสก็จะมีสิ่งของที่คนเอามาทำบุญที่วัด เช่น พัดลม ซึ่งที่วัดมีจำนวนมากไปแจกด้วย ผมก็มีของที่ขอจากที่ต่างๆ มา ผมก็ถือไป นอกจากชาวบ้านได้ประโยชน์แล้วมันก็เป็นชื่อเสียงของเราเอง โดยที่เราไม่ต้องไปเดินหาเสียงอะไรมากมาย

นอกจากตั้งศูนย์ฯ ดำเนินโครงการเองแล้ว อบต. คูหา ยังส่งคนของตัวเองไปอบรมเป็น Case Manager ด้วย ทำไมถึงสร้าง CM ของ อปท. เอง

ถ้าไม่ส่งไปอบรมเราก็ทำงานตะกุกตะกักอยู่แบบนี้ครับ การมี CM ในหน่วยงานของเราเองทำให้เราทำงานง่ายขึ้น เพราะเราจะเข้าใจระบบมากขึ้น ผมส่งน้องที่เป็นผู้ช่วยนักพัฒนาชุมชนไปอบรม สิ่งที่ อบต. วางเป้าหมายคือตอนนี้เรากำลังปรับโครงสร้างองค์กรให้มีกองสาธารณสุขที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ จะมีเจ้าหน้าที่ที่จบทางสาธารณสุขเข้ามาเพิ่ม บทบาทของ อบต. ตอนนี้ก็จะมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพชีวิตมากยิ่งขึ้น โครงสร้างก็ต้องเอื้ออำนวยต่อทิศทางการทำงานด้วย เดือนกุมภาพันธ์นี้เราจะปรับโครงสร้างตั้งกองสาธารณสุขขึ้นมา ปรับกรอบการทำงานให้มีกองนี้ ผมมองว่ามันเป็นความจำเป็นเนื่องจากเราทำเรื่องนี้ขึ้นมาโดยอาศัยกองหนึ่งที่เรียกว่า สำนักปลัดฯ ซึ่งกว้างมาก ดูแลทุกเรื่อง เมื่อเรามาเน้นงานด้านคุณภาพชีวิต ผมคิดว่าเราไม่ควรอิหลักอิเหลื่อ เราควรมีส่วนงานที่ชำนาญเรื่องนี้โดยตรง จึงเกิดแนวคิดว่าในเมื่อเราจะทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องควรต้องมีกองนี้โดยตรง และเราก็หาบุคลากรด้านสาธารณสุขมาอยู่ที่นี่เพื่อทำให้เรื่องนี้เป็นงานทำกันแบบมืออาชีพมากขึ้น

หลังจากดำเนินโครงการ LTC มา  3 ปี ท่านนายกฯ คิดว่าปัจจัยความสำเร็จของงาน LTC น่าจะอยู่ที่ไหน

ประการแรก       คนทำงานที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่สุด คือ CG ซึ่งค่าตอบแทนก็ไม่ได้มากมาย ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายประจำวัน จะทำอย่างไรให้เราสามารถสร้างแรงจูงใจให้คนกลุ่มนี้ได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเพราะเป็นกลไกสำคัญมาก ผมยกตัวอย่างในแต่ละปีเราสามารถให้เขาไปเปิดหูเปิดตา ไปเพิ่มความรู้ได้ไหม       นี่เป็นสิ่งที่เขาเรียกร้องกันมาตลอด ว่านายกฯ พาไปดูงานที่โน่น ที่นี่บ้างสิ เขาก็อยากไปดู อยากไปพักผ่อน ที่ไม่ใช่การท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นการพักผ่อนที่จะสร้างความรู้ให้เขา ยกตัวอย่างที่ผมไปดูโครงการเขาพระงามที่ลพบุรี เขาทำเรื่องนี้ได้ดีมาก หรือไปศูนย์โฮมสุข ที่กาฬสินธุ์ ซึ่งผมไปกับ อบจ. ผมก็อยากพาคนกลุ่มนี้ไปดูว่าที่อื่นเขาทำกันไปค่อนข้างไกลกว่าเราเยอะ หากเราสามารถเอาบุคลากรเหล่านี้ไปได้ ผมว่ามันจะทำให้เขามีกำลังใจในการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ประการที่สอง ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคนในครัวเรือนเขาเอง ว่านั่นพ่อเขา แม่เขานะ ใครจะมาดูแลได้เท่ากับลูก เพราะฉะนั้นพวกเขาต้องเป็นคนดูแลพ่อกับแม่ เป็นหน้าที่ อบต. ซึ่งผมตั้งใจว่า ผมจะจัดอบรมปูพรมทุกหมู่บ้านให้เข้าใจเรื่องสุขภาพ ได้เข้าใจบทบาทของครอบครัวในการดูแลผู้ติดบ้านติดเตียงในครัวเรือนของตัวเอง

คำถามสุดท้ายถ้ามีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำ สมัยต่อไปนายก อบต. คูหาไม่ได้ชื่อปัญญา ศรีทองสุข งานตรงนี้จะเดินต่อไปได้ไหมคะ

(หัวเราะ) ผมตอบแทนแต่ละคนไม่ได้ครับ แต่มองแบบภาพรวม เหมือนกับที่ผมเรียนสักครู่ว่าผู้นำคนไหนที่อยากจะเข้ามานั่งในหัวใจประชาชน หากไม่ทำเรื่องนี้คุณก็ไม่ฉลาดพอที่จะเป็นผู้นำได้ เพราะ มีกำลังคน ก็คือตั้งแต่ปลัดฯ รองปลัดฯ คนในพื้นที่ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ ที่สำคัญเรามีงบประมาณ มีสถานที่ที่จะช่วยให้เราขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้อย่างดียิ่ง มันก็ไม่ควรจะทิ้งเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าในยุคต่อไปผู้ที่จะเข้ามาเป็นนายกฯ เป็นผู้บริหารท้องถิ่น คงไม่กล้าที่จะไม่เล่นเรื่องนี้ หากสมัยหน้าผมไม่ได้เป็นนายกฯ แต่เขาเห็นว่าผมทำเรื่องนี้ดีแล้ว เขาไม่กล้าทิ้งหรอกครับ มันเกิดการเปรียบเทียบ